ยานยนต์

กรกฎาคม 2561

นักเลงรถ

สิงหาคม 2561

นักเลงมอเตอร์ไซค์

สิงหาคม 2561

นักเลงรถกระบะ

สิงหาคม 2561

Image not available

3 ขั้นตอนง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟน

1.ดาวน์โหลด

Image not available
Image not available

2. ติดตั้ง แอพพลิเคชั่น

Image not available

3.สแกนนามบัตร

Image not available
Image not available

พื้นที่โฆษณา

Yanyont group

ลองของแรง จับเช็ง MITSUBISHI New Triton Drag Turbo ISUZU บูสท์ทะลุ 50

     สวัสดีครับ วันนี้เรามาลองของแรงกันกับ New Triton กันบ้าง หลังจากที่ห่างหายไปนานสำหรับรถ MITSUBISHI ฉบับนี้เลยจัดตัวเต็ม เข้มที่บูสท์เทอร์โบมาให้ชาวนักเลงได้รับชมกัน เจ้าตั้นคันนี้เป็นรถที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่ง Drag โดยเฉพาะ แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาหากคิดจะเอามาเป็นตัวเจ็บของสายทางตรง 

     จะว่าไปแล้วสำหรับรถ MITSUBISHI Triton นับเป็นรถที่ค่อนข้างจะเน้นในเรื่องของสมรรถนะส่วนใหญ่ หากใครได้มาลิ้มลองและได้สัมผัสกันแบบลึกๆ ไม่ว่าจะการออกแบบช่วงล่างให้มีการทรงตัวที่ดี จนมาถึงเครื่องยนต์ที่ใช้วัสดุซึ่งแข็งแรง และมีน้ำหนักลดลง และยังได้การระบายความร้อนที่ดีจากตัวเครื่องยนต์เอง นั่นก็คือการทำท่อนตรงของเครื่องยนต์หรือว่าเสื้อสูบเป็นอะลูมิเนียมทำให้รถมีประสิทธิภาพมากขึ้น   อีกทั้งการบังคับควบคุม และพละกำลัง ซึ่งแรงม้าที่มี 181 แรงม้าถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมกับระบบวาล์วแปรผันอีกด้วย 

      แต่… มันก็มักจะมี “แต่” เสมออ่ะนะ เครื่องยนต์หากใครจะเอามาเล่นแล้วไม่ได้ทำการดัดเติมเสริมหล่อเสริมความสะดวกซักหน่อยล่ะก็  บรรดาเซอร์วิสจะต้องเหนื่อยกันบ้าง หรือว่าเวลาไปแข่งกับคันอื่นๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่าปกติ โดยเฉพาะการรื้อหัวฉีดออกมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ต้องรื้อฝาบนเยอะอยู่ดี หากไปแข่งขันต่างถิ่นแล้วต้องรื้อเครื่องตรวจนี่ก็เล่นเอาหอบได้ เพราะยิ่งเจอกติกาเรื่องท่อไอดีที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้เข้าไปอีกก็ต้องรื้อกันไม่หวาดไม่ไหว แต่นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน เราคงไม่รื้อเครื่องกันทุกวันใช่ไหมล่ะ

     สำหรับคันนี้เป็นตัวแรงจากสำนัก ตุ้ย ม.หัวเฉียว A&A น้ำหอมซิ่ง เจ้าของรถมีชื่อว่า “อ๊ะ ท่าจีน” บางทีก็ขับคันนี้เองบ้าง บางทีก็ให้คนอื่นขับ แล้วแต่อารมณ์จะพาไป กับความ “ติสท์” ในแต่ละวัน มาเริ่มดูภายนอกกันดีกว่า 

     การตกแต่งที่เรียบๆ นี้แอบแฝงถึงความเป็นตัวแข่งอย่างชัดเจน หากได้ลองดูดีๆ จะรู้ได้เลยทันทีว่าคันนี้เกิดมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ ด้านหน้าตัวรถจะเห็นกันชนหน้าถูกปรับแต่งโดยการตัดเปิดช่องลมให้กว้างขึ้น  ไม่ให้มีอะไรมาขวางลมเพื่อให้อากาศเข้าไประบายความร้อนให้อินเตอร์คูลเลอร์และหม้อน้ำอย่างเต็มที่ กระจังหน้ายังคงใช้ชิ้นเดิมให้ความเรียบหรูและมีช่องรับอากาศที่พอเหมาะ ฝากระโปรงจัดใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยโดยใช้ฝากระโปรงขึ้นรูปจากคาร์บอนเพื่อลดน้ำหนัก เป็นงานจากร้าน MONZA Shop แผงจิ้งหรีดด้านใต้กระจกบังลมหน้าถูกถอดออก เพื่อระบายความร้อนที่ออกมาจากห้องเครื่องยนต์ แก้มข้างก็เปลี่ยนไปใช้วัสดุจากคาร์บอนเป็นงานจาก MONZA Shop เช่นกัน ทั้งสองชิ้นนี้ไม่ได้ทำรูปทรงใหม่หรือว่าสร้างช่องลมเพิ่ม แต่ยังคงใช้รูปทรงแบบเดิมๆ ของ Triton 

     กระจกบังลมด้านหน้ายังคงใช้กระจกเดิมที่มีความแข็งแรง ไม่แอ่นโค้งและงอตัว ล้อหน้าจาก WELD RACING ประตูข้างเปลี่ยนเป็นประตูคาร์บอนและใช้กระจกหน้าต่างที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตให้ทั้งความเบาและทนทาน ที่สำคัญเลยหากได้สังเกตดีๆ คันนี้ไม่มีกระจกมองข้างเพราะใช้แข่งอย่างเดียว กระจกมองข้างไม่จำเป็นต้องมี ลดการต้านลมได้อีกหน่อย ประตูแค็บหลังยังคงใช้ประตูเดิม และกระจกหน้าต่างก็เช่นกันนอกจากประตูบานที่เปลี่ยนแล้ว กระจกหน้าต่างบานอื่นๆ ยังคงใช้กระจกเดิมโรงงานให้ความใสได้ทัศนวิสัยที่ดี 

     ด้านท้ายไม่มีอะไรหวือหวามากมาย บนหลังคาห้องโดยสารติดแค็พหลังเข้าไป 1 ชิ้นเพื่อให้ความสปอร์ต แน่นอนว่าเป็นวัสดุคาร์บอนเช่นกันและเป็นงานที่เดียวกันกับแก้มข้าง ฝากระโปรง รวมไปถึงประตูอีกด้วย ด้านท้าย เปิดฝากระบะออกโล่ง พร้อมดามคานหลังกระบะ  พร้อมกันปลายกระบะกระพือสั่นด้วย X-Bar จาก Monster เปิดปลายชายล่างกระบะป้องกันลมหวนวนใต้รถ จบตรงนี้เพื่อให้ดูดีด้วยล้อ COSMIS RG-V 

     มาต่อกันที่ภายในห้องโดยสารซึ่งเรียกว่าเรียบง่ายแบบสุดๆ ชนิดที่เป็นรถแข่งโดยเฉพาะอีกแล้ว เนื่องจากทำพร้อมจะสู้กันในสนามแบบทุกเม็ด เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับเบาะแบบ Bucket Seat ที่ได้รับความนิยมกันในหมู่รถ Drag นั่นก็คือ KERKEY ที่ทำมาจากอะลูมิเนียมทั้งตัว หุ้มด้วยผ้านวมแดงเข้ากับสีของภายในห้องโดยสารอย่างลงตัว เพราะว่าห้องโดยสารรื้อวัสดุติดไฟออกแทบจะหมดแล้ว พวกชิ้นพรมของตัวรถและวัสดุอื่นๆ ที่ติดไฟได้ง่ายก็ถูกถอดออกทั้งหมด พวงมาลัยเปลี่ยนไปใช้ MOMO Tuner แบบ 3 ก้านทำงานร่วมกับคอพวงมาลัยแบบพับได้ของ WORKS BELL เรือนไมล์ด้านหน้ายังคงใช้ของเดิมอยู่ ช่วงคอนโซลหน้าด้านบนยังคงใช้คอนโซลเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง ชุดวิทยุถูกถอดออกและทำแผงสวิทช์ขึ้นมาใหม่ โดยแผงสวิทช์นี้ถูกติดตั้งมาตรวัดบูสท์เข้าไปด้วย เป็น Blower Press จาก AUTOMETER

     ถัดลงมาสำหรับชุดคอนโทรลเครื่องปรับอากาศที่ถอดออกแล้วแทนที่ด้วย MONSTER GAUGE  สำหรับอ่านค่าและเคลียร์ Code Error  ที่ติดๆ กันเป็นกล่อง ECU Diesel Monster Max จาก ECU SHOP ด้านอดีตฝั่งผู้โดยสาร (ตอนนี้โดยสารไม่ได้แล้ว  เพราะเบาะนั่งไม่มี)  ถูกติดตั้งกล่อง ECU เอาไว้โดยที่ทำการวายริ่งรีเลย์แบบหัวใสไว้ด้วย   ผลงานเรื่องสายไฟนั้นเป็นของช่างมนวายริ่ง หัวเกียร์เปลี่ยนใหม่ให้เหมาะถนัดกระชับมือ   แบตเตอรี่ถูกย้ายเข้ามาอยู่ด้านในตัวรถ ประตูแค็บด้านในถูกถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออก และยังจัดการตัดแผงด้านในทิ้ง รวมถึงเจาะโครงเพื่อลดน้ำหนักลงไปอีก แถมยังติดตั้งตัวค้ำเสา C เอาไว้ด้านท้ายห้องโดยสารอีกด้วย 

     จากห้องโดยสารมาต่อกันที่ห้องเครื่องยนต์ ภายในห้องเครื่องจะพบกับความโล่งเรียบง่ายเช่นกัน โดยในคันนี้จะเป็นเครื่องยนต์ 4 D 56 ตัว 2.5 ซึ่งก็น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันอยู่สำหรับคอดีเซลของ MITSUBISHI มีการปรับปรุงเรื่องสายไฟมาแล้ว   ตัวเครื่องภายในไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม แต่มีการแก้ปัญหาน้ำดันหรือป้องกันอาการปะเก็นรั่ว เป็นสูตรจากทางสำนักเรียบร้อยแล้ว   จากนั้นมาเล่นกันที่ระบบน้ำมันกันต่อ หัวฉีดใช้เบอร์ 538 จากร้านพงศักดิ์ดีเซล ทางเดินเชื้อเพลิงก่อนเข้าปั๊มคอมมอนเรลนั้นควบคุมแรงดันด้วยเร็กกูเลเตอร์ HYB ส่วนปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงหรือปั๊มคอมมอนเรล ตัวปั๊มเป็นของเดิมที่ติดมากับเครื่องแต่ได้รับการตกแต่งจากฝีมือ ช่างก้องเซอร์วิส มือดีจากทางสำนัก สำหรับระบบไฟของเครื่องยนต์เปลี่ยนไปใช้ชุดไฟของ ISUZU D-Max รวมไปถึง ECU ที่อยู่ภายในรถด้วย แน่นอนว่าเป็นงานของทางช่างมนวายริ่ง โดยชุดไฟที่ใช้เป็นตัวกล่องปลั๊กข้าง  

     ส่วนระบบอัดอากาศนั้นถูกเปลี่ยนไปใช้รุ่นยอดฮิตด้วยเช่นกันโดยได้เปลี่ยนไปใช้เทอร์โบที่ติดเครื่อง 4 J จาก ISUZU หรือที่นิยมเรียกกันว่า “โบสามพัน”  และยังแข่งอยู่ในรุ่นเทอร์โบปาก 44 มิลลิเมตรด้วย เทอร์โบถูกอัพเกรดโดย ศรีโภศักดิ์  งานท่อไอเสียจากร้านพลคนทำท่อ  โดยท่อไอเสียหลังโข่งเทอร์โบนั้นออกมาขนาด  2.5 นิ้วแล้วขยายมาออก 3 นิ้วที่ด้านข้างตัวรถ  ส่วนท่อไอดีออกมาจากเทอร์โบด้วยขนาด 2.5 นิ้ว แล้วเดินทางผ่านอินเตอร์คูลเลอร์ PRC ขนาด 3 นิ้ว และออกมาเข้าเครื่องยนต์ด้วยทางเดินทำจากท่อไททาเนี่ยมขนาด 3 นิ้ว การปรับจูนกล่องและการสั่งจ่ายน้ำมันเป็นฝีมือเจ้าสำนักคือ ตุ้ย ม.หัวเฉียว 

     ระบบส่งกำลังยังคงใช้เกียร์เดิมที่ติดเครื่องมา แต่มีการเซ็ทอัพเฟืองท้ายนิดหน่อยโดยการยกเพลาท้ายด้านหลังมาจาก D-Max ทั้งคานเลย และเลือกใช้เฟืองท้ายขนาด 3.5 ของ D-Max เช่นกัน ผ้าคลัทช์และหวีคลัทช์เป็นแบบทองแดง 16 ก้อน ช่วยในเรื่องการถ่ายทอกกำลังลงสู่พื้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วงล่างถูกเซ็ทอัพใหม่เช่นกันเพื่อที่จะให้ออกตัวสไตล์รถ Drag ช่วงล่างมีการออกแบบใหม่ให้เป็นแบบ A Arm ผลงานจากโคโยเบิร์ด และใช้ช็อคอับ SUNCHO ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง   เพียงเท่านี้ก็สำเร็จเสร็จสิ้นการโมดิฟายจาก TK Service อัตราการทำลมอยู่ที่ประมาน 50 ปอนด์ และจะได้กำลังสูงสุด  332 แรงม้า   พร้อมแรงบิดสูงสุด  750 นิวตัน-เมตร เวลาที่เคยทำไว้ที่สนาม BDA ก็จะอยู่ที่ 12.0xx ความเร็วเข้าเส้นชัยอยู่ที่ 176.8 กม./ชม. 

     อยากได้ตัวเช็งแบบนี้ลองสอบถามไปได้ที่ร้าน TK Service รับเซอร์วิสทุกอย่าง ส่วนถ้าอยากเจอตัวเจ็บ MITSUBISHI New Triton Drag คันนี้เจอได้ที่ร้านหรือไม่ก็รอเจอตัวเช็งกันได้ที่สนามแข่ง

 

 

Big Youtube

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา2

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2