“Monster” 66 นิ้ว คันแรกของรุ่น กับ TOYOTA Hilux REVO Smart Cab... Remap กล่อง...สโลว์ 10 ล้อ...เบรค 6 ล้อ

 

       

      ช่วงสอง/สามเดือนที่ผ่านมาในแวดวงโซเชี่ยลคงได้เคยเห็น “ไอ้ตีนโต” ระดับมหากาฬที่ตัวรถลอยเด่นอยู่บน “ยาง 66 นิ้ว” คันนี้กันบ้างแล้ว โดยยานคันดังกล่าวจัดว่าเป็นการนำ TOYOTA Hilux REVO Smart Cab มาปรับแต่งให้อยู่ในมาด “Monster” เป็นคันแรกของรุ่น ซึ่งตัวรถที่มาพร้อมความใหญ่โตของวงยางระดับนี้ทางคอลัมน์ได้เคยนำมาให้ชมไปก่อนหน้าอยู่สองคัน นั่นคือ TOYOTA Hilux Tiger Double Cab สีดำ เมื่อฉบับที่ 334 เดือนกันยายน 2560 และ BMW 525i “E 34” สีแดง ฉบับที่ 345 เดือนสิงหาคม 2561 ส่วนในคันล่าสุดนี้ตอนที่ออกโชว์โฉมในโลกโซเชี่ยลถือว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ มีบางจุด “ยังไม่ลงตัว” เท่าใดนัก ครั้นเมื่อเข้าปรับปรุงสำเร็จจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะเก็บภาพมานำเสนอให้ชมโดยทั่วหน้ากัน...     

       สำหรับ “REVO Monster” คันที่ได้ชมกันอยู่นี้จัดว่าเป็น “ของเล่น” อีกคันของผู้นิยมชมชอบกับ “ไอ้ตีนโต” และหลายคนน่าจะรู้จักดี เพราะยานคันก่อนอันได้แก่ FORD Ranger D/C 4WD Wildtrak 3.2 A/T ในมาดของ “ไอ้ตีนโต 49 นิ้ว” ได้เคยถูกนำมาโชว์โฉมในคอลัมน์ไปเมื่อฉบับที่ 329 เดือนเมษายน 2560 หรือสองปีก่อน โดยเจ้าของรถก็คือ “เสี่ยเก่ง” วีระวัฒน์ มหิดุล ซึ่งประกอบธุรกิจส่วนตัวอยู่แถวๆ ดอนเมืองนั่นเอง ทั้งนี้การปลุกปั้นคันใหม่นี้ถือว่าเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจาก “Tiger สีดำ” ด้วยการนำข้อด้อยมาปรับให้ “ลงตัว” จนได้ผลสำเร็จตามที่เห็นอยู่...     

 กันชน/วิ้นช์/สนอร์เคิ่ล/โป่งเย็บ  

       เรือนร่างตามปกติที่มีระยะ Overhang ด้านหน้า “ยื่น” ทำนองเดียวกับ “เก๋งขับเคลื่อนล้อหน้า” เมื่อถูกนำมายกลอยไว้เหนือ “ยางใหญ่” กลับกลายเป็น “ลงตัว” พอดีนั้น จะถูกปรับแต่งภายนอกรอบคันให้แปลกจากสแตนดาร์ดเพื่อความสวยงามเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  เริ่มด้วยการเปลี่ยน “กันชน” มาเป็นเหล็กแผ่นพับเชื่อมขึ้นรูปของ MCC  แบบมี “กริลการ์ด” ท่อเหล็กดัดโค้งชุบโครเมี่ยมปกป้อง “หน้ากระจัง” พร้อม “หงอน” กันกระแทกที่ส่วนล่าง อีกทั้งได้ฝัง “ไฟตัดหมอก” ดวงกลมและ “ไฟหรี่ LED” มาด้วยพร้อมสรรพ นอกจากนั้นยังได้ติดตั้ง “วิ้นช์ไฟฟ้า” ของ T-MAX ใช้สาย Synthetic  Winch Rope เข้าไปในจุดยึดที่มีเตรียมไว้ แล้วนำแผ่นเหล็กมาปิดเสริมใต้ชายล่างสองฝั่งบังสายตาเข้าไปถึงด้านใน โดยที่ส่วนกลางทำให้เป็นเหมือน “กันแคร้งค์” เหล็กพ่นสีดำห้อยยาวลงมาพอสมควร...  

       ความเป็นไปทางด้านข้างได้พอกเพิ่มด้วย “โป่งล้อ” ไฟเบอร์กล๊าสพ่นสีดำในสไตล์ “โป่งเย็บ” ขนาดใหญ่พอประมาณเข้าไปที่ “ขอบล้อ” ทั้งสี่   โดยมี “สนอร์เคิ่ล” จาก SAFARI ถูกนำมาแปะทับ “แก้มขวา” เอาไว้เท่ๆ เพราะตัวรถสูงขนาดนี้ย่อมไม่ยี่หระต่อสายน้ำอยู่แล้ว แล้วจัดการติดตั้ง “บันได” ท่อเหล็กสองนิ้วกรุตะแกรงเหล็กฉีกพ่นสีดำเพื่อรองรับการ “ปีน” ขึ้นไปเหยียบพักเพื่อเปิดประตู...สำหรับทางส่วนท้ายได้ติดตั้ง “บาร์ A” โครงหน้าสองเส้นคู่พ่นสีดำของ JUNGLE ยึดเข้าไปแถว “หัวกระบะ” โดยมี “สปอตไลท์” ดวงเหลี่ยมติดลอยหันไปส่องด้านหลังหนึ่งคู่ จากนั้นก็นำ “กันชนท้าย” สไตล์ลุยของ MCC เช่นกัน ซึ่งมาพร้อม “หูลาก” ทรง OMEGA สองฝั่งส่วนตรงกลางเป็น “ปุ่มลาก” ควบคู่ไว้ด้วย “ปลั๊ก” สำหรับหางพ่วง...

กระทะเหล็กจากจีน...ตีนโต 66 นิ้ว

       ความ “สะดุดตา” ของตัวรถที่มีภาพลักษณ์จนทุกคนที่พบเห็นอดไม่ได้ที่ต้อง “มองตาม” จะเป็นผลจากความ “มหากาฬ” อันได้แก่ขนาดที่ใหญ่โตของ “ล้อและยาง” นี่เอง โดยหลังจากที่สลัดขนาดพื้นฐานปกติของรุ่นรถตามมาตรฐานโรงงานออกทิ้งไปก็ถูกสับเปลี่ยนเข้าไปใหม่ด้วยพิกัดตามที่เห็นอยู่ อันได้แก่ “กระทะเหล็ก” แบบตันๆ ผลิตผลจาก “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ซึ่งเป็นแบบใช้น้อตล้อ 6 รู PCD 230 มม.และกว้าง/ใหญ่ในขนาด 25 x 40 นิ้ว นั่นคือเป็น “ล้อขอบ 25 นิ้ว” และมีความกว้าง 40 นิ้วหรือประมาณ “หนึ่งเมตร” โดยในการติดตั้งจำเป็นต้องทำ “อะแด๊ปเตอร์” เข้ามาช่วยเพราะแม้ “ดุมล้อ” ของ “คานใหม่” ที่นำมาใช้จะเป็นชนิด 6 รูน็อต เช่นกันแต่ขนาด PCD จะไม่เท่ากัน   จากนั้นก็นำ “วงยาง” ที่ไม่มีการพะยี่ห้อเพราะเป็นผลิตผลจากประเทศเดียวกับ “วงล้อ” มาล้อมรัดเข้าชุด สำหรับ “ยาง” ดังกล่าวจะอยู่ในขนาด 66 x 43.00-25 นั่นคือมีเส้นผ่าศูนย์กลาง (ความสูง) ของวงยาง 66 นิ้ว (เกินเมตรครึ่ง) ความกว้างแก้มยาง 43 นิ้ว (เกือบเมตรสิบ) และใช้กับล้อ 25 นิ้ว... 

คานแข็ง...คอยล์โอเวอร์ช็อค 

       การปรับแต่ง “ระบบช่วงล่าง” ยังคงใช้วิธี “สร้าง” ขึ้นใหม่ทั้งหมดเช่นเดียวกับคันก่อน แต่ได้มีการปรับรายละเอียดในส่วนของ “ระบบบังคับเลี้ยว” และเพิ่ม “เหล็กกันโคลง” เข้าไป โดยการลงไม้ลงมือยังคงไว้แค่ “เฟรม” (คนไทยนิยมเรียก “แชสซีส์”) สองแท่งคู่พร้อมคานขวางที่รองรับ “หัวเก๋ง/กระบะ” อยู่ จากนั้นก็กำหนดรูปแบบให้เป็นไปในลักษณะ “คานแข็งยึด 5 จุด-คอยโอเวอร์ช็อค” ทั้งหน้า/หลังเช่นเดิม รวมทั้งอุปกรณ์หลักในการขับเคลื่อนที่ยกเอา “แท่งเพลา” หรือ “คานแข็ง” ของ ROCKWELL จาก “รถทหาร” มาใช้ทั้งสองแท่ง ซึ่งยังต้องดัดแปลงสร้าง “จุดยึดอาร์ม-ช็อคอับ” รวมทั้ง “ระบบบังคับเลี้ยว” ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบไฮดรอลิคส์ของ PSC  (Performance Steering Component) จาก “อเมริกา” โดยตรง ทั้งนี้ในส่วนของเค้าโครงในแบบ “คานยึด 5 จุด” จะสร้าง “จุดยึดอาร์ม” ฉลุชื่อ “สำนักแต่ง” ห้อยจาก “กลางแชสซีส์” ลงมาประมาณฟุตกว่าๆ แล้วนำท่อเหล็กขนาด 2 ½ นิ้วทำเป็น “Lower Arms” ใช้หูบู๊ชแบบ Ball Joint วางพาดไปยัน “คานหน้า/หลัง” ฝั่งละแท่ง โดยมี “Upper Arms” ท่อเหล็ก 2 นิ้วยันจากคานขวางที่สร้างขึ้นใหม่ด้านบนเอียงจากสองฝั่งลงไปหา “ลูกตะโปด” (เสื้อเฟืองท้าย) ในลักษณะเหมือนตัว V ทั้งหน้า/หลังเช่นกัน 

      โดยอาร์มทั้ง 4 แท่งนี้จะทำเป็นลายเคฟล่าร์สีเงินส่วนหัว/ท้ายสีส้ม ขณะที่ “เพลากลาง” ส่งกำลังจาก “เกียร์สโลว์” ไปหา “คานหน้า/หลัง” จะเป็นลายเคฟล่าร์สีส้มหัว/ท้ายสีน้ำเงิน...พร้อมกันนั้นก็สร้าง “ขายึดปังอาร็อด” หรือ “กันเซ” ด้วยเหล็กแผ่นเชื่อมฉลุ  ตัวบนจะห้อยจากคานใต้หม้อน้ำและตัวล่างตั้งขึ้นมาจากแท่งเพลา โดยตัว “ปังอาร็อด” ทำด้วยท่อกลมกลึงเกลียวให้ปรับ/ขยายได้ทำนองเดียวกันทั้งหน้า/หลัง แถมยังเพิ่ม “เหล็กกันโคลง” หน้า/หลังห้อยลงมายัน “คาน” ไว้อีกด้วย...  

       สำหรับการรองรับน้ำหนักและซึมซับแรงสั่นสะเทือนจะเป็นหน้าที่ของ “คอยล์โอเวอร์ช็อค” แท่งใหญ่/ยาวมาพร้อมซับแทงค์และคอยล์สปริงแบบต่อกันสองชั้นติดตั้งเหมือนกันทั้งสี่ล้อ  เป็นผลงานจาก PROFENDER ทั้งหมด...นอกจากนั้นยังต่างจาก “66 นิ้ว” คันก่อนหน้าตรงเรื่องของ “ระบบห้ามล้อ” ที่แม้จะเป็นแบบดรัมเบรคที่ติดมากับ “คาน ROCKWELL” เช่นกัน แต่การทำงานของระบบจะเปลี่ยนจากเดิมด้วยการถอด “หม้อลม” เก่าออกแล้วแทนที่ด้วย “ปั๊มระบบเบรคทิฟฟี่” เพื่อส่งคำสั่งที่รับจาก “แป้นเหยียบ” ไปหา “หม้อลม” ขนาดใหญ่รูปแบบเดียวกับ 6 ล้อจำนวนสามลูกที่ห้อยไว้ท้ายรถ โดยใบใหญ่ใช้สำรองลมส่วนใบเล็กที่มีอยู่สองลูกจะแยกเป็นของด้านหน้าและด้านหลัง ทั้งนี้จะเป็นการใช้ระบบลมไปดันน้ำมันเบรคซึ่งยังต้องเปลี่ยน “ท่อน้ำมันเบรค” ทั้งหมดมาใช้ขนาดเดียวกับ “รถ 6 ล้อ” ก่อนลงไป “หยุด” ล้อทั้งสี่อีกที...

 Remap กล่อง...เกียร์เดิม...ระบบขับสี่ “HINO” 

       ในส่วนของ “แหล่งพลัง” ยังเป็นหลักด้วยเครื่องยนต์รหัส “1 GD-FTV (High)” ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ คอมมอนเรล ไดเร็คท์อินเจ็คชั่น DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ความจุสุทธิ 2,755 ซีซี.จากขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 92.0 x 103.6 มม. และใช้อัตราส่วนกำลังอัด 15.6 :1 ซึ่งการทำงานของเครื่องรุ่นนี้ได้เปลี่ยนมาใช้โซ่ราวลิ้นขับเคลื่อนแค็มชาฟท์กันแล้ว ส่วนการป้อนเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในรูปแบบไดเร็คท์อินเจ็คชั่นจะผ่านทางหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ Multi Point แต่ละหัวมี 9 รู ภายใต้ระบบ Commonrail แรงดันสูงถึง 220 MPa ควบคู่กับการอัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันที่ปรับตั้งอัตราบูสท์ไว้ประมาณ 1.2 บาร์ โดยมีอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิให้ต่ำลงก่อนส่งต่อเข้าระบบอัดระเบิด ส่งผลให้สร้างพลังตามสแตนดาร์ดออกมา “177 แรงม้า” (130 kW) ที่ 3,400 rpm พร้อมแรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-เมตร (450 nm) ในช่วงรอบเครื่องกว้างระหว่าง 1,600-2,400 rpm...แต่พลังดังกล่าวไม่น่าเพียงพอที่จะต่อการกับ “ตีนโต 66 นิ้ว” ในการนี้จึงเลือกใช้วิธี “Remap กล่อง” โดยมีการเคลมเอาไว้ว่าน่าจะอยู่แถวๆ “220 แรงม้า” นั่นเลย...

       พลังทั้งหมดยังคงส่งผ่านไปหาเกียร์ธรรมดา AISIN “RC61” เดินหน้า 6 Speed มีอัตราทด 4.784-2.423-1.443-1.000-0.826-0.643 ถอยหลัง 4.066 : 1 แต่ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของเดิมได้ถูกดัดแปลงโดยตัดเพลาที่ส่งไปหาล้อหน้าออก ส่วนแท่งที่ใช้ส่งไปล้อหลังจะทำใหม่เป็นท่อนสั้นเสียบเข้ากับระบบขับสี่ของ “สิบล้อ” จาก HINO ก่อนกระจายกำลังผ่าน “เพลากลางส่งกำลัง” หน้า/หลังที่ทำขึ้นมาใหม่ออกไปหา “เพลา ROCKWELL” หน้า/หลังเพื่อขับเคลื่อน “ตีนโต 66 นิ้ว” ให้หมุนไปตามต้องการ...    

เปลี่ยนพวงมาลัย...ติดเกจ์วัดบูสท์ 

 

       ภายใน “ห้องโดยสาร” ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปตามสแตนดาร์ดอันได้แก่การคงไว้ด้วย “คอนโซล” พลาสติคโทนสีดำ ที่เน้นรูปทรงเป็นแนวนอนเล่นระดับมีแถบ/คิ้วผิวโลหะสีเงินตกแต่งและมาพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วของระบบเครื่องเสียง/Navigator พร้อมใช้แสดงภาพจากกล้องด้านหลัง โดยการปรับเปลี่ยนจะมีแค่ในส่วนของ “พวงมาลัย” ที่หันมาใช้แบบสามก้านยกของ ELEVO RACING “IMMO” อีกทั้งยังได้นำ “เกจ์วัดบูสท์” ของ AUTO METER “Pro-Comp” หน้าดำมายึดไว้กับเสาหน้าขวาอันหนึ่งด้วย ขณะที่ในส่วนของ “เบาะนั่ง” ทั้งหมดยังคงเป็นแบบหุ้มผ้าใยสังเคราะห์ตามสแตนดาร์ด...

       ทั้งหลายทั้งมวลตามที่กล่าวมายังคงเป็นผลงาน “NK 4x4 Off Road Ayutthaya” ริมถนนสายเอเซีย ติดกับโชว์รูม TOYOTA ฝั่งขาเข้า กทม. ซึ่งเป็นผู้แสดงฝีมือออกแบบ/ติดตั้งดัดแปลงทุกส่วนแต่เพียงผู้เดียว และถือได้ว่าเป็น “มหัศจรรย์งานสร้าง” อีกชิ้นหนึ่งของ “ช่างไทย” ที่สามารถ “วิ่งได้จริง” ด้วยประสิทธิภาพแทบจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่เคยเห็นจาก “อเมริกา” นั่นเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2