ไอ้หัวโต...ช่วงล่างไฮดรอลิคส์ กับ CHEVY Coe Truck 1952 พลัง “1UZ-FE” เกียร์ออโต

 

       

        ยานประเภท “COE Truck” ซึ่งคำว่า “COE” ย่อมาจาก “Cab Over Engine” ทั้งนี้การปรับแต่งยานประเภทนี้จะมีที่มาจาก “อเมริกา” เนื่องจากยังมี “ซาก” บรรดา “COE Truck” หลากหลายรุ่นกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีผู้นำชิ้นส่วน “หัวเก๋ง/เรือนร่าง” รถบรรทุก 6 ล้อรุ่นโบราณมาดัดแปลงครอบทับเข้าไปบน “แชสซีส์” ของรถ Pick-up ยุคปัจจุบัน โดยหลังจากได้ลงไม้ลงมือ “ปลุกผี” ยานลักษณะดังกล่าวพร้อมนำเสนอใน “SEMA SHOW” รวมทั้งยังออกแพร่หลายในโซเชียลเน็ทเวิร์ค ได้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจต่อกลุ่มผู้ชอบ “ของแปลก” ในบ้านเราใคร่แสดงฝีมือ “เล่น” แบบนั้นบ้าง เพราะบุคคลากร/ระบบการทำงานตลอดจนความสามารถ “ช่างไทย” ไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว แต่เพราะรถรุ่นเก่าในบ้านเราออกจะไม่ “แปลก” และยังไม่ “เก๋า” พอ ในการนี้เลยมี “หน่วยกล้าตาย” ไปกว้านเสาะหา “ซาก COE Truck” จากเมืองมะกันส่งเข้ามา และ “ผู้มีฝีมือ” สาม/สี่กลุ่มเป็นผู้ลงมือสร้างสรรผลงานออกมาให้เห็นกัน...

       สำหรับ “COE Truck” คันล่าสุดที่ใคร่ขอนำมาเสนอไว้ในฉบับนี้ได้แก่ CHEVROLET Coe Truck 1952 ซึ่งมีอายุได้ 66 ปีเข้าไปแล้ว โดยยานคันดังกล่าวจะอยู่ในครอบครองของ “ป๊อก” นพดล บัวจันทร์  ปัจจุบันประกอบกิจการ “ซ่อม/จำหน่าย” มอ’ไซค์ HARLEY-DAVIDSON  อยู่แถวๆ อินทามระ 51 นี่เอง สำหรับที่มาที่ไปของยานคันนี้จะเกิดจาก “ความชอบ” เป็นการส่วนตัว นั่นคือเมื่อได้ไปพบเห็นและตกหลุมรักก็ตกลงใจ “สู่ขอ” เปลี่ยนมือมาจากเจ้าของเดิม นอกจากนั้นเพราะมีเพื่อนฝูงที่ชมชอบแนวเดียวกันและเป็น “ชาวใต้” เช่นกันจึงร่วมตั้งกลุ่มภายใต้นาม “SATORLAEK”  (“สะตอเหล็ก”) พร้อมนำยานคันนี้เข้าร่วม “โชว์ตัว” อยู่เนืองๆ โดยล่าสุดเพิ่งขน “HARLEY”  เดินทาง “ลงใต้” ไปร่วมงาน  AMERICAN CAR CLUB Southern Thailand & SONGKHLA HARLEY Day เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วอีกด้วย...

ไฟหน้า LED...กระบะสร้างใหม่ 

 

      รูปโฉมสวยแปลกและสะดุดตาของ CHEVY Coe Truck 1952 คันนี้จะเป็นการนำ “หัวเก๋ง” ของเดิมที่บูรณะให้คงสภาพ Original ตามรุ่น แต่มีการตกแต่งด้วยอุปกรณ์ในยุคใกล้เคียงมาครอบทับ “แชสซีส์” จาก MITSUBISHI Cyclone ของบ้านเรานี่เอง โดยตัวรถที่พ่นสีเขียวเข้มตลอดคันและโดดเด่นด้วยลักษณะ “หัวโต” จาก “ฝากระโปรง” แผ่นใหญ่โค้งคุ้ม ยังคงไว้ด้วยคิ้วโครเมี่ยมคาดแบ่งกึ่งกลางมี “ก้านล็อค” โครเมี่ยมให้ดึงง้างสองฝั่ง จากนั้นก็รองล่างด้วย “หน้ากระจัง” แถบคิ้วโครเมี่ยมห้าเส้นซ้อนแนวนอนมีเส้นไฟ LED ฝังซ่อนให้แสงยามค่ำคืน ขณะที่ “บังโคลนล้อ” ขนาดใหญ่โค้งตามทรงยานยุคนั้นที่ขนาบสองฝั่งจะฝัง “โคมไฟใหญ่” ดวงกลมกรอบโครเมี่ยม ซึ่งนำ LED Projector ของ “HARLEY” มาดัดแปลงเข้าไปในกรอบเดิม พร้อมคาดตอนล่างด้วย “กันชน” ชุบโครเมี่ยมที่ออกแบบ/ทำขึ้นมาใหม่ให้มีส่วนโค้งมากกว่าของเก่า...  

       สำหรับ “กระจกบังลมหน้า” แยกสองแผ่นที่เป็นแบบตายตัวไม่สามารถเปิดเผยอรับลมได้ จะถูกแต่งเติมด้วยการนำ “สปอตไลท์” ดวงกลมของ GE พร้อมก้านควบคุมให้ส่ายไป/มาอันเป็นอุปกรณ์ของรถตำรวจยุค 70 มาฝังเข้าไปที่ฝั่งขวา โดยมี “กระจกมองข้าง” แนวตั้งโค้งแผ่นใหญ่ขาชุบโครเมี่ยม (จาก “สิบล้อ” ยุคสาม/สี่สิบปีที่แล้วในบ้านเรา) มายึดลอยไว้สองข้าง แถมด้วย “ไฟเลี้ยว” ลอยตัวเลนส์สีส้มเกาะอยู่ใกล้โคนเสาหน้าอีกฝั่งละดวง อีกทั้งยังเพิ่ม “มาดเท่” ด้วยการติดตั้ง “แค็พบังแดด” ทรงสวยขาโครเมี่ยมเข้าไปที่ขอบบนเหนือ “กระจกบังลมหน้า” อีกด้วย...    

        เรือนร่างด้านข้างที่ยังคงโครงสร้าง “หัวเก๋ง” ตอนเดียวไว้ตามรูปแบบเดิม จะมี “บันได” เป็นแท่นสั้นๆ ต่อจากชาย “บังโคลนล้อ” ได้แต่งเติมด้วยการเคาะเป็นตรา “โบไท” Logo ของรถ แล้วเพิ่มเติมด้วย “แผ่นบันได” ทำด้วยอะลูมิเนียมลายตีนไก่รองลงไปอีกชั้นยาวไปจรด “บังโคลนล้อหลัง” ทั้งนี้ด้านท้ายของ “หัวเก๋ง” จะมีช่อง “กระจกบังลมโค้ง” อยู่สองมุมพร้อม “กระจกหลัง” แผ่นไม่ใหญ่นัก ซึ่งต่างก็ใช้ “ยางขอบกระจก” แบบฝังเส้นโครเมี่ยมเป็นไส้กลางเหมือนด้านหน้า จากนั้นก็สร้าง “ท่อไอเสีย” สเตนเลสขนาดใหญ่ตั้งขนาบไว้สองมุม “หลังหัวเก๋ง” (ทำเท่ๆ ไม่ได้ใช้งาน)... 

       ทางส่วนหลังได้ออกแบบสร้าง “กระบะ” ขึ้นมาใหม่ด้วยรูปทรงสไตล์ยานยุคนั้น อันได้แก่การมีขอบบนม้วนกลมและเอียงออกพร้อม “โป่งบังโคลนล้อ” โค้งงุ้มหุ้มล้อขนาดใหญ่ โดยทางฝั่งซ้ายยังได้ “ยุบหัวโป่ง” และนำ “ยางอะไหล่” แบบเส้นเล็ก/ขอบขาวของ DUNLOP D402F มายึดไว้เกร๋ๆ แถมยังปูบุ “พื้นกระบะ” ด้วยไม้แทรกเส้นโครเมี่ยมให้ดูเรียบร้อยสวยงาม   “แผ่นฝาท้าย” ที่ใช้รูปแบบจากยานยุค 50 เช่นกันยังคงใช้ “โซ่รั้ง” สองฝั่งตามสไตล์เดิมเดิม เช่นเดียวกับ “ไฟท้าย” ดวงเล็กที่ยังใช้แบบตัวเรือนโครเมี่ยมยึดลอยตัว ก่อนจบงานด้วยการสร้าง “กันชนท้าย” ชุบโครเมี่ยมวาดโค้งทำเป็นแป้นเหยียบในตัวแนวโค้งกว้างกว่าด้านหน้า...   

       ในส่วนของ “ล้อและยาง” ที่ซุกอยู่ภายใน “ซุ้มล้อ” จะเป็นหลักด้วย “ล้ออัลลอย” ของ CARGAR  ขนาด 7x15 นิ้ว ที่เป็นแบบ 5 รูน็อต PCD 127 มม.ซึ่งน่าจะเป็นสำหรับ “รถจี๊ป” โดยการนำมาใช้กับ “ดุมล้อ” แบบ 6 รูน็อตของ “รถกระบะ” (เดี๋ยวจะบอกในย่อหน้าต่อไปว่าของรถอะไร) จำเป็นต้องทำ “สเปเซอร์” แบบ 6 ออก 5 เข้มาเป็นตัวเชื่อม จากนั้นก็ควบคู่เข้าชุดไว้ด้วย “ยางขอบขาว” ผลิตผลจาก DUNLOP SP Sport 601 เบอร์ 225/70 R 15... 

หน้าคอยล์สปริง/ถุงลม...หลังแหนบ  

        จากที่ก้มลงไปพิจารณาโครงสร้างด้านล่างขอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นการนำ “แชสซีส์” จาก NISSAN Navara  โฉมที่แล้วมาใช้เป็นหลัก แต่ได้จัดการดัดแปลง “ระบบช่วงล่าง” ด้านหน้าที่เคยอยู่ในลักษณะ “อิสระ-ปีกนกสองชั้น-คอยล์สปริง-ช็อคอับ-เหล็กกันโคลง” ให้กลายเป็นแบบ “ช็อคอับ/ถุงลม” โดยการยก “หัวเก๋ง” ต่างยี่ห้อ/ต่างยุค/ต่างรูปแบบมาครอบทับจำเป็นต้องขยับและกำหนด “จุดยึด” ใหม่หมด นอกจากนั้นยังต้องปรับ “ระบบบังคับเลี้ยว” ที่อยู่ในลักษณะ Rack & Pinion ตามรุ่นของ “แชสซีส์” ด้วยการขยับองศาของ “แกนพวงมาลัย” จากที่เคยเอนไปหลังแบบ “รถกระบะ” ให้ตั้งขึ้นตามทรงของ “หัวเก๋งใหม่”...ขณะที่ทางด้านหลังซึ่งเดิมเป็นแบบ “แหนบแผ่นซ้อน-ช็อคอับ” ได้จัดการเปลี่ยน “แท่งเพลาท้าย” โดยไปยกเอาของ  NISSAN Big-M มาใช้งาน แต่ต้องดัดแปลงระบบด้วยการเปลี่ยนจาก “แหนบ” มาเป็น “ถุงลม-ช็อคอับ” แทน พร้อมกันนั้นก็เข้าชุดไว้ด้วย “ช็อคน้ำมัน” ที่ใช้วิธี “เทียบ” ให้เข้ากับความสูงของตัวรถ...  

พลัง “1 UZ-FE”  

      ภายใน “ฝากระโปรง” ทรง “หัวโต” ที่ใช้วิธีเปิดด้านหน้าตามปกติ (แต่เปิดออกมาแล้วจะไม่เห็นเครื่องยนต์) ลอยเด่นด้วย “ชุดระบบควบคุม/ถังลม” สำหรับสั่งการ “ยก/ยุบ” ของระบบช่วงล่าง โดยมี “หม้อลมเบรค” สองตอนขนาดประมาณ 8+9 นิ้วยึดเคียงฝั่งขวาของตัวรถ ส่วนทางตอนล่างแลเห็นแค่ “ถังพักน้ำ-หม้อน้ำ-ท่อเติมน้ำมันเครื่อง” โผล่แพล็มออกมา ขณะที่ “แหล่งพลัง” ที่ซุกต่ำลงไปได้ถูกเปลี่ยนไปคบหาเครื่องยนต์เบ็นซิน “ญี่ปุ่น” อันได้แก่ “1 UZ-FE” ซึ่งอยู่ในลักษณะ V8 สูบ-DOHC-32 วาล์ว-หัวฉีด ความจุสุทธิ 3,969 ซีซี.จากขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 87.5 x 82.5 มม. ใช้อัตราส่วนกำลังอัด 10.0:1 สามารถสร้างพลังออกมาได้ “256 แรงม้า” (191 kW) พร้อมแรงบิดระดับ 36.0 กก.-เมตร (353 Nm) ทั้งนี้จะเป็นการใช้เชื้อเพลิงปกติอันได้แก่น้ำมันเบ็นซิน  ไม่ได้หันไปหา “ก๊าซ LPG” ดังเช่นคันก่อนๆ   นอกจากนั้นยังได้นำ “เกียร์อัตโนมัติ” ตามที่พ่วงเข้าชุดกับเครื่องยนต์มาใช้งานด้วย...

ย้ายพวงมาลัย...เกียร์มือ  

       ภายใน “ห้องโดยสาร” พยายามรักษาสภาพเดิมเดิมเอาไว้ อันได้แก่ “แผงคอนโซล” เหล็กปั๊มขึ้นรูปเชื่อมต่อเป็นส่วนเดียวกับโครงตัวถัง แต่ได้จัดการดัดแปลงย้าย “สลับข้าง” จากของเดิมที่เป็น “พวงมาลัยซ้าย” ให้กลายมาเป็นฝั่งขวาโดยย้าย “แผงหน้าเก๊ะ” เดิมย้ายไปอยู่ฝั่งซ้ายแทน จากนั้นก็นำ “มาตรวัด” กรอบโครเมี่ยมทรงกลมของ AUTO METER สองวงมาฝังเข้าไปที่ด้านขวา (เป็น “ของแต่ง” ที่ผลิตมาให้ยานประเภทนี้นำมาใช้โดยเฉพาะ) ซึ่งวงแรกจะรวมการแจ้ง “ปริมาณเชื้อเพลิง-แรงดันน้ำมันเครื่อง-อุณหภูมิน้ำ-ไฟชาร์จ” ส่วนอีกวงเป็น “วัดความเร็ว” ระดับ 120 ไมล์/ชม.มีแถบ “วัดรอบ” แทรกอยู่ด้านล่าง พร้อมกันนั้นก็นำ “ตู้แอร์ลอย” ที่เคยมีใช้ในรถบ้านเราตั้งแต่ยุค 70 ของ FORMULA มาห้อยให้ความเย็น แถมยังติดตั้งชุด “เครื่องเสียง” ของ PIONEER Mixtrax  จอประมาณ 5-6 นิ้วยึดต่อลงมาจาก “ใต้แอร์” โดยมี “ปรีแอมป์” แปะอยู่ล่างสุด จากนั้นยังมี “แอมป์” ของ TARGET ทำฝาครอบเป็น “โบว์ไท” มายึดไว้บริเวณพื้นที่วางเท้าด้านซ้าย พร้อม “ลำโพง” กลาง/แหลมอย่างละดอกฝังไว้กับผนังขณะที่ “ซับ” จะถูกนำไปซ่อนไว้หลังเบาะ นอกจากนั้นในส่วนของ “พวงมาลัย” จะดูเด่นด้วยรูปแบบ “ขอบไม้” แท้ๆ  ก้านยกสามแฉกชุบโครเมี่ยม... 

       เรื่องของ “เบาะนั่ง” ยังคงเป็นแบบ “เบาะยาว” ชิ้นเดียวอันเป็นรูปแบบของยุคนั้น และเป็นการนำโครงเดิมมาหุ้มใหม่ด้วยไวนิลเล่นลายสีดำ/ขาวเข้ากับการ “บุเพดาน” และ “แผงข้าง” แล้วพิเศษสุดด้วย “กระจกส่องหลัง” ทรงโบว์ไทที่ต้องสั่งซื้อกันทาง “E-Bay”... 

      ในบรรดา “COE Truck” ทั้งสี่คันที่เคยนำมา “โชว์” ให้ชมกัน ล้วนแล้วแต่สำเร็จโดยฝีมือทีมงานอู่ “OP COE” ซึ่งตั้งอยู่หัวถนน ทล.# 21 แถว “พุแค” จ.สระบุรี แต่สำหรับคันนี้บอกตรงๆ ว่าไม่ทราบเป็นผลงานของ “อู่ใด” เพราะขนาดตัวเจ้าของรถเองยังไม่ทราบข้อมูล...ทำให้การร่ายยาวมาทั้งหมดนี้ต้องใช้วิธี “ดูจากสายตา” ที่เห็นและความรู้เท่าที่มีเท่านั้น...

 

         สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงรถกระบะ" ฉบบที่ 352 ประจำเดือนเมษายน 2562 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2