ลองของแรง จับเช็ง MITSUBISHI New Triton Drag Turbo ISUZU บูสท์ทะลุ 50

     สวัสดีครับ วันนี้เรามาลองของแรงกันกับ New Triton กันบ้าง หลังจากที่ห่างหายไปนานสำหรับรถ MITSUBISHI ฉบับนี้เลยจัดตัวเต็ม เข้มที่บูสท์เทอร์โบมาให้ชาวนักเลงได้รับชมกัน เจ้าตั้นคันนี้เป็นรถที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่ง Drag โดยเฉพาะ แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาหากคิดจะเอามาเป็นตัวเจ็บของสายทางตรง 

     จะว่าไปแล้วสำหรับรถ MITSUBISHI Triton นับเป็นรถที่ค่อนข้างจะเน้นในเรื่องของสมรรถนะส่วนใหญ่ หากใครได้มาลิ้มลองและได้สัมผัสกันแบบลึกๆ ไม่ว่าจะการออกแบบช่วงล่างให้มีการทรงตัวที่ดี จนมาถึงเครื่องยนต์ที่ใช้วัสดุซึ่งแข็งแรง และมีน้ำหนักลดลง และยังได้การระบายความร้อนที่ดีจากตัวเครื่องยนต์เอง นั่นก็คือการทำท่อนตรงของเครื่องยนต์หรือว่าเสื้อสูบเป็นอะลูมิเนียมทำให้รถมีประสิทธิภาพมากขึ้น   อีกทั้งการบังคับควบคุม และพละกำลัง ซึ่งแรงม้าที่มี 181 แรงม้าถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมกับระบบวาล์วแปรผันอีกด้วย 

      แต่… มันก็มักจะมี “แต่” เสมออ่ะนะ เครื่องยนต์หากใครจะเอามาเล่นแล้วไม่ได้ทำการดัดเติมเสริมหล่อเสริมความสะดวกซักหน่อยล่ะก็  บรรดาเซอร์วิสจะต้องเหนื่อยกันบ้าง หรือว่าเวลาไปแข่งกับคันอื่นๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่าปกติ โดยเฉพาะการรื้อหัวฉีดออกมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ต้องรื้อฝาบนเยอะอยู่ดี หากไปแข่งขันต่างถิ่นแล้วต้องรื้อเครื่องตรวจนี่ก็เล่นเอาหอบได้ เพราะยิ่งเจอกติกาเรื่องท่อไอดีที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้เข้าไปอีกก็ต้องรื้อกันไม่หวาดไม่ไหว แต่นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน เราคงไม่รื้อเครื่องกันทุกวันใช่ไหมล่ะ

     สำหรับคันนี้เป็นตัวแรงจากสำนัก ตุ้ย ม.หัวเฉียว A&A น้ำหอมซิ่ง เจ้าของรถมีชื่อว่า “อ๊ะ ท่าจีน” บางทีก็ขับคันนี้เองบ้าง บางทีก็ให้คนอื่นขับ แล้วแต่อารมณ์จะพาไป กับความ “ติสท์” ในแต่ละวัน มาเริ่มดูภายนอกกันดีกว่า 

     การตกแต่งที่เรียบๆ นี้แอบแฝงถึงความเป็นตัวแข่งอย่างชัดเจน หากได้ลองดูดีๆ จะรู้ได้เลยทันทีว่าคันนี้เกิดมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ ด้านหน้าตัวรถจะเห็นกันชนหน้าถูกปรับแต่งโดยการตัดเปิดช่องลมให้กว้างขึ้น  ไม่ให้มีอะไรมาขวางลมเพื่อให้อากาศเข้าไประบายความร้อนให้อินเตอร์คูลเลอร์และหม้อน้ำอย่างเต็มที่ กระจังหน้ายังคงใช้ชิ้นเดิมให้ความเรียบหรูและมีช่องรับอากาศที่พอเหมาะ ฝากระโปรงจัดใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยโดยใช้ฝากระโปรงขึ้นรูปจากคาร์บอนเพื่อลดน้ำหนัก เป็นงานจากร้าน MONZA Shop แผงจิ้งหรีดด้านใต้กระจกบังลมหน้าถูกถอดออก เพื่อระบายความร้อนที่ออกมาจากห้องเครื่องยนต์ แก้มข้างก็เปลี่ยนไปใช้วัสดุจากคาร์บอนเป็นงานจาก MONZA Shop เช่นกัน ทั้งสองชิ้นนี้ไม่ได้ทำรูปทรงใหม่หรือว่าสร้างช่องลมเพิ่ม แต่ยังคงใช้รูปทรงแบบเดิมๆ ของ Triton 

     กระจกบังลมด้านหน้ายังคงใช้กระจกเดิมที่มีความแข็งแรง ไม่แอ่นโค้งและงอตัว ล้อหน้าจาก WELD RACING ประตูข้างเปลี่ยนเป็นประตูคาร์บอนและใช้กระจกหน้าต่างที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตให้ทั้งความเบาและทนทาน ที่สำคัญเลยหากได้สังเกตดีๆ คันนี้ไม่มีกระจกมองข้างเพราะใช้แข่งอย่างเดียว กระจกมองข้างไม่จำเป็นต้องมี ลดการต้านลมได้อีกหน่อย ประตูแค็บหลังยังคงใช้ประตูเดิม และกระจกหน้าต่างก็เช่นกันนอกจากประตูบานที่เปลี่ยนแล้ว กระจกหน้าต่างบานอื่นๆ ยังคงใช้กระจกเดิมโรงงานให้ความใสได้ทัศนวิสัยที่ดี 

     ด้านท้ายไม่มีอะไรหวือหวามากมาย บนหลังคาห้องโดยสารติดแค็พหลังเข้าไป 1 ชิ้นเพื่อให้ความสปอร์ต แน่นอนว่าเป็นวัสดุคาร์บอนเช่นกันและเป็นงานที่เดียวกันกับแก้มข้าง ฝากระโปรง รวมไปถึงประตูอีกด้วย ด้านท้าย เปิดฝากระบะออกโล่ง พร้อมดามคานหลังกระบะ  พร้อมกันปลายกระบะกระพือสั่นด้วย X-Bar จาก Monster เปิดปลายชายล่างกระบะป้องกันลมหวนวนใต้รถ จบตรงนี้เพื่อให้ดูดีด้วยล้อ COSMIS RG-V 

     มาต่อกันที่ภายในห้องโดยสารซึ่งเรียกว่าเรียบง่ายแบบสุดๆ ชนิดที่เป็นรถแข่งโดยเฉพาะอีกแล้ว เนื่องจากทำพร้อมจะสู้กันในสนามแบบทุกเม็ด เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับเบาะแบบ Bucket Seat ที่ได้รับความนิยมกันในหมู่รถ Drag นั่นก็คือ KERKEY ที่ทำมาจากอะลูมิเนียมทั้งตัว หุ้มด้วยผ้านวมแดงเข้ากับสีของภายในห้องโดยสารอย่างลงตัว เพราะว่าห้องโดยสารรื้อวัสดุติดไฟออกแทบจะหมดแล้ว พวกชิ้นพรมของตัวรถและวัสดุอื่นๆ ที่ติดไฟได้ง่ายก็ถูกถอดออกทั้งหมด พวงมาลัยเปลี่ยนไปใช้ MOMO Tuner แบบ 3 ก้านทำงานร่วมกับคอพวงมาลัยแบบพับได้ของ WORKS BELL เรือนไมล์ด้านหน้ายังคงใช้ของเดิมอยู่ ช่วงคอนโซลหน้าด้านบนยังคงใช้คอนโซลเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง ชุดวิทยุถูกถอดออกและทำแผงสวิทช์ขึ้นมาใหม่ โดยแผงสวิทช์นี้ถูกติดตั้งมาตรวัดบูสท์เข้าไปด้วย เป็น Blower Press จาก AUTOMETER

     ถัดลงมาสำหรับชุดคอนโทรลเครื่องปรับอากาศที่ถอดออกแล้วแทนที่ด้วย MONSTER GAUGE  สำหรับอ่านค่าและเคลียร์ Code Error  ที่ติดๆ กันเป็นกล่อง ECU Diesel Monster Max จาก ECU SHOP ด้านอดีตฝั่งผู้โดยสาร (ตอนนี้โดยสารไม่ได้แล้ว  เพราะเบาะนั่งไม่มี)  ถูกติดตั้งกล่อง ECU เอาไว้โดยที่ทำการวายริ่งรีเลย์แบบหัวใสไว้ด้วย   ผลงานเรื่องสายไฟนั้นเป็นของช่างมนวายริ่ง หัวเกียร์เปลี่ยนใหม่ให้เหมาะถนัดกระชับมือ   แบตเตอรี่ถูกย้ายเข้ามาอยู่ด้านในตัวรถ ประตูแค็บด้านในถูกถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออก และยังจัดการตัดแผงด้านในทิ้ง รวมถึงเจาะโครงเพื่อลดน้ำหนักลงไปอีก แถมยังติดตั้งตัวค้ำเสา C เอาไว้ด้านท้ายห้องโดยสารอีกด้วย 

     จากห้องโดยสารมาต่อกันที่ห้องเครื่องยนต์ ภายในห้องเครื่องจะพบกับความโล่งเรียบง่ายเช่นกัน โดยในคันนี้จะเป็นเครื่องยนต์ 4 D 56 ตัว 2.5 ซึ่งก็น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันอยู่สำหรับคอดีเซลของ MITSUBISHI มีการปรับปรุงเรื่องสายไฟมาแล้ว   ตัวเครื่องภายในไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม แต่มีการแก้ปัญหาน้ำดันหรือป้องกันอาการปะเก็นรั่ว เป็นสูตรจากทางสำนักเรียบร้อยแล้ว   จากนั้นมาเล่นกันที่ระบบน้ำมันกันต่อ หัวฉีดใช้เบอร์ 538 จากร้านพงศักดิ์ดีเซล ทางเดินเชื้อเพลิงก่อนเข้าปั๊มคอมมอนเรลนั้นควบคุมแรงดันด้วยเร็กกูเลเตอร์ HYB ส่วนปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงหรือปั๊มคอมมอนเรล ตัวปั๊มเป็นของเดิมที่ติดมากับเครื่องแต่ได้รับการตกแต่งจากฝีมือ ช่างก้องเซอร์วิส มือดีจากทางสำนัก สำหรับระบบไฟของเครื่องยนต์เปลี่ยนไปใช้ชุดไฟของ ISUZU D-Max รวมไปถึง ECU ที่อยู่ภายในรถด้วย แน่นอนว่าเป็นงานของทางช่างมนวายริ่ง โดยชุดไฟที่ใช้เป็นตัวกล่องปลั๊กข้าง  

     ส่วนระบบอัดอากาศนั้นถูกเปลี่ยนไปใช้รุ่นยอดฮิตด้วยเช่นกันโดยได้เปลี่ยนไปใช้เทอร์โบที่ติดเครื่อง 4 J จาก ISUZU หรือที่นิยมเรียกกันว่า “โบสามพัน”  และยังแข่งอยู่ในรุ่นเทอร์โบปาก 44 มิลลิเมตรด้วย เทอร์โบถูกอัพเกรดโดย ศรีโภศักดิ์  งานท่อไอเสียจากร้านพลคนทำท่อ  โดยท่อไอเสียหลังโข่งเทอร์โบนั้นออกมาขนาด  2.5 นิ้วแล้วขยายมาออก 3 นิ้วที่ด้านข้างตัวรถ  ส่วนท่อไอดีออกมาจากเทอร์โบด้วยขนาด 2.5 นิ้ว แล้วเดินทางผ่านอินเตอร์คูลเลอร์ PRC ขนาด 3 นิ้ว และออกมาเข้าเครื่องยนต์ด้วยทางเดินทำจากท่อไททาเนี่ยมขนาด 3 นิ้ว การปรับจูนกล่องและการสั่งจ่ายน้ำมันเป็นฝีมือเจ้าสำนักคือ ตุ้ย ม.หัวเฉียว 

     ระบบส่งกำลังยังคงใช้เกียร์เดิมที่ติดเครื่องมา แต่มีการเซ็ทอัพเฟืองท้ายนิดหน่อยโดยการยกเพลาท้ายด้านหลังมาจาก D-Max ทั้งคานเลย และเลือกใช้เฟืองท้ายขนาด 3.5 ของ D-Max เช่นกัน ผ้าคลัทช์และหวีคลัทช์เป็นแบบทองแดง 16 ก้อน ช่วยในเรื่องการถ่ายทอกกำลังลงสู่พื้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วงล่างถูกเซ็ทอัพใหม่เช่นกันเพื่อที่จะให้ออกตัวสไตล์รถ Drag ช่วงล่างมีการออกแบบใหม่ให้เป็นแบบ A Arm ผลงานจากโคโยเบิร์ด และใช้ช็อคอับ SUNCHO ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง   เพียงเท่านี้ก็สำเร็จเสร็จสิ้นการโมดิฟายจาก TK Service อัตราการทำลมอยู่ที่ประมาน 50 ปอนด์ และจะได้กำลังสูงสุด  332 แรงม้า   พร้อมแรงบิดสูงสุด  750 นิวตัน-เมตร เวลาที่เคยทำไว้ที่สนาม BDA ก็จะอยู่ที่ 12.0xx ความเร็วเข้าเส้นชัยอยู่ที่ 176.8 กม./ชม. 

     อยากได้ตัวเช็งแบบนี้ลองสอบถามไปได้ที่ร้าน TK Service รับเซอร์วิสทุกอย่าง ส่วนถ้าอยากเจอตัวเจ็บ MITSUBISHI New Triton Drag คันนี้เจอได้ที่ร้านหรือไม่ก็รอเจอตัวเช็งกันได้ที่สนามแข่ง

 

 

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา2

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2