FORD FIESTA

แปลงหน้า สาดสีใหม่เหลือง Y-56 หล่อเร้าใจ 

 

     ตัวรถเป็นโฉมเก่าบอดี้ปี 2013 แต่ถูกแปลงร่างเปลี่ยนโฉมใหม่เป็นตัวหน้า EcoBoost ปี 2015

ด้วยรูปแบบรถใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กในพิกัด B-Car Platform แต่ก็มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายตามความประสงค์ทั้งเครื่องเล็กเครื่องใหญ่ ซึ่งตอนแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราจะมีอยู่ 2 เครื่องเป็นเครื่องเบ็นซินทั้งคู่มีความจุ 1.4 ลิตรกับ 1.6 ลิตรและก็เพิ่มตัว 1.5 ลิตรอีกรุ่นหนึ่ง ส่วนตัวถังก็มีให้ 2 แบบคือ รุ่น Sedan 4 ประตูกับ Hatchback 5 ประตู รุ่นนี้ค่อนข้างจะโดนใจคนบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว ขนาดเรือนร่างกะทัดรัดน่ารัก เครื่องยนต์มากด้วยประสิทธิภาพ ช่วงล่างที่ให้ความมั่นใจได้เกินตัวพร้อมด้วยอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่รถคันโตกว่าแพงกว่ายังไม่มีให้  

 

หน้าใหม่ ฝาคาร์บอน KevTEC สวยงาม

     ผลงานการดีไซน์ตัวรถ FORD Fiesta เป็นของ Jord Beyer หัวหน้าทีมวิศวกร ทำหน้าที่ดูแลเรื่องงานวิศวกรรมโดย มร.Martin Smith ดีไซเนอร์ทีมออกแบบของ FORD ภาคพื้นยุโรป เป็นผู้ปรุงแต่งหน้าตาและเรือนร่าง เส้นสายของตัวถังค่อนข้างจะหวือหวาสร้างความโดดเด่นสะดุดตา ด้านความแข็งแรงก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเรื่องนี้เป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งของรถที่แปะตรา FORD อยู่แล้ว โดยโครงสร้างตัวถังกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ ใช้เหล็กพวก Ultra High Strength Steel กับ Boron Steel อันมีคุณสมบัติแข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไปถึง 4 เท่า และมีน้ำหนักเบากว่าถึง 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังบรรจุพวกอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมาให้ใช้กันอีกเพียบ สามารถให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้ในระดับสูง 

     ด้านการตกแต่งภายนอกทางเจ้าของรถ “K.เจี๋ย” ได้เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ ST ตัวนอกแบบสปอร์ต ส่วนหน้าทั้งหมดมาในลักษณะของการ “เปลี่ยนหัว” ยกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้าตัว EcoBoost โดยแปลงโครงยึดกันชนใหม่ เปลี่ยนไฟหน้า EcoBoost ตัวใหม่แบบโคมดำ ด้วยวิธีการแปลงปลั๊กพร้อมไฟ Day Light ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ KevTEC ที่โฉบเฉี่ยวเบาและสวยยิ่งขึ้น ด้านหลังเปลี่ยนชุดไฟท้าย EcoBoost  และปลายท่อ FUJITSUBO Racing Exhaust จบด้วยการสาดสีเหลืองใหม่ Y56 สไตล์ Type R จากอู่ JAF Racing สำหรับคนที่อยากทำแนวนี้บ้าง จะมี 2 ทางเลือกคือ ซื้ออะไหล่ใหม่พวกตัวรถภายนอกได้ทั้งจากศูนย์หรือของมือ 2 แล้วให้อู่แถวบ้านทำได้เลยหรืออีกวิธี ใช้การเครมประกันเปลี่ยนชิ้นส่วนได้เพราะราคาอะไหล่ไม่ต่างกัน สามารถคุยกับประกันได้เลยเพราะสามารถเบิกใหม่ทุกชิ้นได้ทั้งหมด เช่น กันชน ฝาหน้า ไฟหน้า โลโก้ ฝาปิดหูลาก แผงยึดกันชนหน้า แผงดักอากาศใต้กันชน ขอบยางกันชน สปอยเลอร์หน้า เป็นต้น

1.5 Ti-VCT ไฮเทคพอตัว 

     ขุมพลังคันนี้เป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรบล็อคนี้มีพื้นฐานมาจากเครื่องตัว 1.6 Ti-VCT นั่นแหละ เพียงแต่จัดการลดขนาดช่วงชักจาก 81.4 มม. ลงมาเหลือ 76.5 มม. เมื่อร่วมงานกับลูกสูบกว้าง 79 มม. เท่าเดิม ความจุก็ถูกลดระดับลงมาจาก 1,596 ซีซี. ในพิกัด 1.6 ลิตร ลงมาเหลือ 1,499 ซีซี. และที่สำคัญทาง FORD ก็มีเครื่องตัวนี้อยู่ในมือพร้อมแล้ว เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ในอินเดีย เพราะที่นั่นก็มีกฎหมายเกี่ยวกับพิกัดเครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 1.5 ลิตร เรื่องของเรื่องก็เลยง่าย เพียงแค่จับเอาเครื่อง 1.5 ลิตรแบบเดียวกันกับที่มีใช้ในอินเดีย มายัดใส่บอดี้ตัว 1.6 ลิตร ท่อไอดีพลาสติดหันทางด้านหน้า ส่วนท่อไอเสียอยู่ด้านหลัง เป็นเครื่อง 1.5 Ti-VCT (Twin independent-Variable Cam Timing) ระบบแปรผันแค็มชาฟท์ทั้งไอดีและไอเสีย ระบบเครื่องยนต์แบบ DOHC 4 สูบแถวเรียง ใช้วาล์ว 4 ตัวต่อสูบ มีความจุ 1,499 ซีซี. จากความกว้างกระบอกสูบ 79 มม. กับช่วงชักที่ยาว 81.4 มม. โดยใช้อัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 11 ต่อ 1 มีฝูงม้าออกมาให้ใช้งานกัน 81 kW หรือ 109 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 Nm หรือ 14.26 กก.-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที

     พัฒนาต่อจากตัว DURATORQ ให้มีแรงบิดดีในช่วงรอบเครื่องต่ำ แก้ไขปัญหาอาการรอรอบจากผลของ “แรงเฉื่อยไอดีในช่วงรอบเครื่องต่ำ” โดยการปรับองศาเปิด-ปิดของแค็มชาฟท์ฟากไอดีและไอเสียทั้งสองด้าน ซึ่งการทำงานจะเป็นการเลื่อนแค็มทั้งแท่ง จากการใช้ตัวโซลินอยด์วาล์วควบคุม 2 ตัว แบ่งเป็นฝั่งแค็มชาฟท์ไอดีหนึ่งตัวและฝั่งแค็มชาฟท์ไอเสียอีกหนึ่งตัว ควบคุมการทำงานด้วยแรงดันน้ำมันผ่านการสั่งงานของกล่องควบคุม ซึ่งจะเลื่อนการเปิดของแค็มให้ช้าลงในช่วงรอบเครื่องต่ำ แต่เนื่องจากเป็นการขยับเลื่อนแค็มกันทั้งแท่ง ดังนั้นระยะยก “ลิฟท์วาล์ว” ก็ยังคงเดิม และช่วงระยะองศาการเปิด-ปิดวาล์วก็ยังเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่เปิดเร็วหรือช้าตามการทำงานของรอบเครื่องที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ตกแต่งเพิ่มด้วยชุดท่อเฮดเดอร์ SAKURA รามอินทรา เดินท่อไอเสียใหม่ขนาด 1.6 นิ้วแบบสเตนเลสใหม่หมดทั้งเส้น เพื่อช่วยรีดไอเสียให้ไหลลื่นได้มากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิม

     กล่อง CONTINENTAL หัวฉีด Multi-Point 

      การแจกจ่ายเชื้อเพลิงเป็นระบบหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ PFI แบบ Multi-Point โดยใช้ Airflow Sensor แบบ Hot Film ของ FoMoCo การทำงานของหัวฉีดทั้งจังหวะและปริมาณการฉีดของเชื้อเพลิง จะอยู่ภายใต้การสั่งงานและควบคุมจากกล่องสมอง (Power Train Control Module) ของ CONTINENTAL ซึ่งติดตั้งเอาไว้ในห้องเครื่องยนต์ด้านซ้ายข้างแบตเตอรี่ ส่วนระบบจุดระเบิดใช้เรือนจานจ่ายกับสายหัวเทียนอยู่ คอยล์จุดระเบิดติดตั้งไว้บนหัวเทียนโดยตรง โดยชุดจุดระเบิดจะใช้จานจ่ายของ FoMoCo โดยระบบน้ำมันที่ป้อนสู่หัวฉีดได้ถูกปรับปรุงด้วย “Fuel Pressure Regulator” แรงดัน 4 บาร์ หัวฉีดดูดผ่านปั๊มน้ำมันที่จะทำงานร่วมกับ “Flow Fuel Filter” โดยจะทำหน้าที่ดูดน้ำมันจากถังเดิมติดรถไปรางหัวฉีด ระบบจุดระเบิดใช้หัวเทียนเย็นเบอร์ 6 ช่วยลดการชิงจุดระเบิด 

     เกียร์ PowerShift ® Dual Clutch 6 สปีด 

     ระบบเกียร์ธรรมดาที่มีการทำงานเหมือนกับเกียร์อัตโนมัติ PowerShift® 6 จังหวะของ GETRAG ที่ได้รับการพัฒนาโดย GETRAC FORD Transmissions GmbH ก่อตั้งขึ้นจากการร่วมทุนระหว่าง GETRAG และ FORD เป็นระบบเกียร์แบบใหม่ล่าสุด Dual Dry Multiple Disc Clutch มีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบอัตโนมัติ  โดยจากเดิมจะใช้คลัทช์แบบเปียก 2 ชุด ทำงานประสานกัน แต่ปรับปรุงให้ใช้คลัทช์แห้ง 2 แผ่น (Dual Clutch) ในส่งกำลังและแรงบิดจากเครื่องยนต์แบบผ้าคลัทช์รถเกียร์ธรรมดา ชุดแรกทำงานคู่กับเกียร์ 1, 3, 5 และเกียร์ถอยหลัง ส่วนชุดที่ 2 ทำงานคู่กับเกียร์ 2, 4 และ 6 เมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์ระบบสมองกล TCM ที่ติดตั้งเอาไว้ในเกียร์ร่วมกับชุดไฮดรอลิค จะเตรียมพร้อมรอเข้าเกียร์ถัดไปไว้ล่วงหน้า ซึ่งคลัทช์ทั้ง 2 ชุดจะสลับการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สูญเสียแรงบิดจากเครื่องยนต์ในช่วงเปลี่ยนเกียร์ เหมือนเกียร์อัตโนมัติทั่วไปที่ใช้ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ จึงทำให้ใช้เวลาในการเปลี่ยนเกียร์เร็วมากเพียง 0.02 วินาที และไม่ต้องสูญเสียกำลังจากการหมุนฟรีของชุดทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ทำให้มีอัตราเร่งดีและตัวเกียร์ก็จะมีน้ำหนักเบาลงด้วย 

ช่วงล่าง G/A/B/ SS “หนึบแน่น” 

                  ทางเจ้าของรถได้ตบท้ายเพิ่มความหล่อให้ตัวรถ ด้วยล้อ RE30 สวยงาม ดุดันขนาด 7.0x15 นิ้ว Offset+25 พร้อมยาง Hankook Ventus R-S3 ขนาด 195/50 R15 จากพื้นฐานระบบกันสะเทือน ด้านหน้าอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีมกึ่งอิสระ มีเป็นการปรับเซ็ทค่าความหนืดใหม่ในแบบ “สปอร์ต” นุ่มแน่นหนึบไม่กระด้าง เฟิร์มกำลังดี ด้วยชุดสตรัทปรับเกลียว G/A/B/ รุ่น SS ที่สามารถปรับสไลด์กระบอกสูงต่ำปรับอ่อนแข็งได้ 32 ระดับ พร้อมปรับค่าของมุมล้อเปลี่ยนไปให้เหมาะสมยิ่งขึ้น บู๊ชช่วงล่างใหม่ให้ความนุ่มแฝงหนึบที่ไม่แน่นจนเกินไปอย่างลงตัวเพื่อตอบสนองการขับขี่ที่ฟีลลิ่งในการขับและบังคับควบคุม การซับแรงสั่นสะเทือนจากผิวถนนแม้ในช่วงความเร็วต่ำก็ไม่รู้สึกว่ามีลักษณะแข็งขืนดีดดิ้น นุ่มและแน่นกำลังดีเลย โค้งความเร็วสูงมีช่วงยุบด้านหน้ามากอยู่นิดตามสไตล์ แต่สามารถมุดเข้าแล้วยิงออกจากโค้งได้น่าพอใจ อาการอันเดอร์สเตียร์หน้าดื้อโค้งมีบ้าง แต่ก็ควบคุมได้ง่าย ยิ่งผสานการตอบสนองที่ว่องไวเลยกลายเป็นรถขับสนุกที่หาตัวจับยากเหมือนกัน

ภายในสปอร์ต RECARO SPG 

                   พวกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยคับคั่งไม่น้อย สิ่งที่จำเป็นก็มีติดรถมาให้ รวมทั้งของเล่นแปลกๆ ที่จะเรียกร้องความสนใจ อย่างเช่นระบบสั่งด้วยเสียง Voice Control หรือระบบปัดน้ำฝนหลังทำงานอัตโนมัติ เมื่อเปิดที่ปัดน้ำฝนหน้าแล้วเข้าเกียร์ถอยหลัง อุปกรณ์มาตรฐานชั้นดีมีให้ใช้อย่างครบครัน การเปิดและปิดล็อคประตูรถใช้ระบบเซ็นทรัลล็อคแบบรีโมทคอนโทรล ตัวกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นแบบ Immobilizer ป้องกันกุญแจแปลกปลอม แผงหน้าปัดเป็นพลาสติคแข็งหล่อขึ้นรูป พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านทรงสปอร์ตหุ้มหนัง ตรงกลางมีถุงลมบรรจุเอาไว้ ตำแหน่งพวงมาลัยปรับได้ 2 ทิศทางสูง-ต่ำ มาตรวัดทรงกลมแบบเรืองแสงอยู่ในกรอบคู่ทรงเฉี่ยวสะดุดตา ด้านซ้ายเป็นมาตรวัดรอบ ด้านขวาเป็นมาตรวัดความเร็ว ระหว่างกลางมาตรวัดบริเวณส่วนล่างเป็นมาตรวัดระดับเชื้อเพลิง  ทางด้านบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมคือหน้าจอแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ระยะทางรวม ระยะทางย่อย อุณหภูมิภายนอก จังหวะเกียร์ที่ใช้ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระยะทางที่วิ่ง ความเร็วเฉลี่ย ระยะทางที่ยังสามารถเดินทางต่อไปได้จากน้ำมันที่มีอยู่ในถัง ตลอดจนข้อความเตือนต่างๆ เปลี่ยนเบาะนั่งคู่หน้า RECARO SPG ทรงสปอร์ตแบบ Bucket Seat เบาะนั่งด้านหลังรื้อออก ไล่เบา เครื่องเสียงวิทยุ เครื่องเล่น CD MP 3 ช่องต่ออุปกรณ์ USB จอแสดงผลข้อมูลขนาด 3.5 นิ้ว แบบ Dot Matrix ควบคุมการทำงานได้สะดวกง่ายดายจากพวงมาลัยและไฮเทคด้วยเทคโนโลยีของระบบเชื่อมต่อการสื่อสารโดยสั่งงานด้วยเสียง SYNC และเชื่อมต่อ Bluetooth 

     นับว่าน่าสนใจไม่น้อย สำหรับการแปลงหน้าใหม่แบบนี้ เพราะด้วยหน้าตารูปทรงเห็นกันมานาน โดยกลุ่มใหญ่ให้ความเห็นว่าหล่อและทันสมัยมากขึ้นเยอะ เครื่องยนต์ให้กำลังดีพอตัวจากการแปรผันทั้งไอดีและไอเสีย มีแรงบิดดีตั้งแต่รอบเครื่องต่ำ ช่วยให้การขับสะดวกสบายและคล่องตัว เช่นเดียวกันกับระบบช่วงล่าง ที่ให้ความมั่นใจในการทรงตัวได้เยอะ เกินกว่ารูปแบบรถไปมากเลยทีเดียว  

เจ้าของรถ "K.เจี๋ย" ทีม Don't Worry

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา2

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2