HONDA Prelude (BB2) “H22A” ฝาแดง Euro R กล่อง Link Atom เลี้ยว 4 ล้อ 4WS

  

         วงการรถซามูไรอย่างค่าย HONDA ได้พัฒนาทายาทพิกัดสปอร์ตขนาดเล็ก (Sport Compact) โดยมีตัวถังรูปแบบเดียวคือ แบบคูเป้ 2 ประตูและต่อมาได้ปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นมาเป็นรถสปอร์ตขนาดกลางเพื่อทดแทนรถสปอร์ตขนาดเล็กและก็สามารถกวาดรางวัลความสำเร็จมาครองได้มากมาย จนทำให้สาวกในบ้านเราพลอยคลั่งไคลหลงใหลจนเป็นโรค “ฮอนด้าลิซึ่ม” กันเกลื่อนเมือง เพราะค่ายนี้มีอิทธิพลต่อความเป็นไปในวงการยานยนต์สูงทั้งในเมืองนอกเค้าหรือแม้กระทั่งในบ้านเราเอง เนื่องจากมีรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยวเร้าใจและให้ประสิทธิภาพด้านสมรรถนะเร้าร้อนโดนใจนักเลงรถพันธุ์แท้ 

        : ไฟหน้า “ตาเพชร Multi-Reflector” สปอตไลท์เหลือง
        : สเกิร์ตข้างตรงรุ่น
        : Weather Guard ครบชุด

       “HONDA Prelude” รหัสบอดี้ (BB2) โฉม Generation ที่ 4 ที่พอคลอดสู่ท้องถนนทั่วโลกเมื่อช่วงปี’90 นิตยสาร Car & Driver เมืองมะกันก็ให้รางวัลติดหนึ่งในสิบ Ten Best Cars Award และในเมืองแม่แดนกิโมโนเองก็ยังติดอันดับด้าน Best Styling รวมถึง Best Interior ด้วย อีกทั้งยังนำเอาระบบขับเคลื่อนล้อหน้ามาใช้กับรถสปอร์ตคูเป้ด้วย และเริ่มมีการใช้เครื่องยนต์แบบ VTEC โดยเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ลงไปอีกให้ทันยุคสมัยมากขึ้น ด้วยหลังคาซันรูฟ, ระบบ Cruise Control ล็อคความเร็วอัตโนมัติ, ระบบเบรค ABS, ระบบเลี้ยว 4 ล้อ 4WS ในรุ่น VTEC ซึ่งรถรุ่นนี้ประสบความสำเร็จในด้านการตลาดอย่างมากในระดับรถสปอร์ตขนาดกลาง เนื่องจากมีเทคโนโลยีต่างๆ ในตัวรถอยู่พอสมควรทีเดียว ซึ่งแค่นี้คงจะเพียงพอในการรับประกันคุณภาพ “Prelude” ได้พอสมควร

     ลิ้นต่อรอบคัน พาร์ทตรงรุ่น ตรงยุค 

     ตัวรถจะเน้นทรวดทรงปนกลิ่นอายสปอร์ตที่รับกับส่วนโค้งส่วนเว้าสร้างความเร้าใจ ซึ่งยังคงสัดส่วนแบบเดิมเอาไว้ จะมีการเปลี่ยนแปลงกันเฉพาะหน้าตานิดหน่อย บั้นท้ายอีกเล็กน้อย พร้อมกับลดความสูงลงมาอีก เพื่อช่วยให้ปราดเปรียวดูดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนในแบบรถสปอร์ตขนาดกลางตัวถังคูเป้ 2 ประตู จึงถูกนำมาขึ้นทำเนียบ “รถนักเลง” ประจำฉบับนี้เป็นสปอร์ตขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 ด้วยเรือนร่างยั่วใจจากแม่แบบที่แดนซามูไร บอดี้ “HONDA Prelude (BB2)” สวมหัวใจสปอร์ตสายพันธุ์แรง DOHC-VTEC จากเอกลักษณ์หน้าตาบ่งบอกได้อย่างเด่นชัด ด้วยรูปโฉมภายนอกในสไตล์สวยงามและทันสมัย แต่เพื่อไม่ให้ชินตากันจนเกินไป จึงมีการเปลี่ยนหน้าแปลงตากันเล็กน้อย  ไฟหน้าจะซ่อนดวงไฟแบบ “ตาเพชร Multi-Reflector” เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น กระจกหน้าจะลาดเอียงกว่าตัวที่แล้วอยู่หน่อยแต่เรียวยาวให้ความรู้สึกปราดเปรียวขึ้น ตัวกันชนหน้าเป็นวัสดุสังเคราะห์พ่นเป็นสีเดียวกับตัวถัง สปอยเลอร์หน้ามีขนาดใหญ่และเป็นกันชนในตัวพร้อมช่องรับลมเรียงรายอยู่ใต้แนวกันชนที่ลงมาเป็นชิ้นเดียวกับแอร์แด็มและทางเจ้าของรถยังได้ติดตั้ง “ลิ้นหน้า” เพิ่มเติม กันชนหลังลากตามแนวยาวลงไป เพื่อทำหน้าที่เป็นสเกิร์ตในตัว จะมีแถบล่างเพื่อความแตกต่างคาดกลางลำตัวรอบคันเท่านั้น   


    

       ทางด้านโครงสร้างตัวถัง ยังเป็นแบบเหล็กเชื่อมขึ้นรูปตามแบบ ซึ่งนอกจากจะออกแบบให้มีความแข็งแรงทนแรงกระแทกและรับแรงบิดแรงเค้นได้สูงกว่าธรรมดาแล้ว น้ำหนักก็ยังเบากว่ารุ่นเก่าด้วย แต่จะมีความพิเศษตรงส่วนที่จะต้องเปิด-ปิด ทั้งหลาย เช่น ฝากระโปรงหน้า-หลัง ประตูรถทั้งหมด ทางทีมวิศวกรจะออกแบบให้ตัวถังมีความแข็งแรงขึ้น 30 % ให้ความปลอดภัยสูงขึ้น เมื่อเทียบกับ “Prelude” รหัส โฉม Generation 3 ตัวที่แล้ว 

      หัวใจสะใจวัยแรง H22A 

      บอดี้นี้จะเป็นรุ่นท้อปตัว “Prelude Si VTEC (4WS)” ที่จะวางเครื่องบล็อค H22A แทน F 20 A แค็มเดี่ยวเขกวาล์ว 16 ตัว ซึ่งเป็นรหัสร้อน H22Aไฮเทคเทคโนโลยีสูงพอตัวเลย บล็อคนี้จะถูกใช้กับบอดี้ “Prelude” กับ “Accord” รูปแบบเบ็นซิน 4 สูบ วางขวางขับหน้า ระบบเพลาราวลิ้น 4 วาล์วต่อสูบ (DOHC) พร้อมระบบองศาเปิด/ ปิดวาล์วผันแปรตามรอบเครื่องยนต์ “DOHC VTEC” บล็อคฝาสูบเป็นอะลูมินั่มอัลลอย เส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ 87.0 มม. ระยะช่วงชักลูกสูบ 90.7 มม หายใจด้วยตัวเอง (N/A) ในช่วงต้นยุค  90 จะถูกใช้ใน “Prelude Si VTEC (4WS)” บอดี้ E-BB1 มีม้าให้ควบ 200 ตัว หลังจากนั้น HONDA ได้เอามาใช้ร่วมกับ “Accord SiR” บอดี้ E-CD 8 ม้าหดไป 10 ตัวเหลือเพียง 190 ตัว พอเข้าสู่ปี 1997 มีการปรับปรุงเพิ่มด้วยการเปลี่ยนองศาแค็ม  สปริงวาล์ว รีเทนเนอร์และลูกสูบหัวนูนขึ้นในตัว “Prelude Type S” บอดี้ E-BB6 ม้าจึงทะลุไปถึง 220 ตัว

รายละเอียดเครื่องยนต์ “H22A”   

บอดี้ “Accord SiR”  “Prelude  Si” “Prelude Type S” 

แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VTEC

ปริมาตรความจุ 2,156 ซีซี.

ความกว้างกระบอกสูบ 87.0 มม.

ความยาวช่วงชัก 90.7  มม. 

ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์แบบมัลติพอยท์ควบคุมด้วยระบบ “PGM-FI” ของ “HONDA” 

อัตราส่วนกำลังอัด          10.6                                  10.6                                         11.0

แรงม้าสูงสุด                 190/6,800                        200/6,800                                  220/7,200

แรงบิดสูงสุด                21.0/5,500                        22.3/3,000                                22.5/6,500   

“HONDA” ตัวแรง ต้อง “DOHC VTEC”   

        : โฉมหน้าขุมพลัง H22A ฝาแดง Euro R

        เครื่อง H22A ฝาแดง Euro R ชนเกียร์ชิดฝาแดง T2W4 แบบ 5 สปีด (มาพร้อมเครื่อง) พร้อมเปลี่ยนระบบไฟเป็นแบบคอยล์แยกของบล็อค K20A ตีท่อเฮดเดอร์สเตนเลสงานจากญี่ปุ่น เปลี่ยนท่อกรองอากาศ Top Fuel และกรองเปลือย K&N ระบบระบายความร้อนเปลี่ยนหม้อน้ำอะลูมิเนียม 2 ช่องนอนยาวเต็มพื้นที่ ซึ่งการทำงานของมันจะมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนใหญ่ดังนี้ ระบบควบคุมการทำงาน (Control System) โดยจะไปคุมที่ชุดโซลินอยด์วาล์วของระบบ VTEC และรับรู้สัญญาณต่างๆ จากบรรดาเซ็นเซอร์เพื่อส่งไปให้ ECU ประมวลผล กลไกควบคุมการทำงาน (Mechanism Control)  อุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อจัดการเปลี่ยนแปลงระยะยกวาล์วคือ พวกแค็มชาฟท์และกระเดื่องกดวาล์วหรือ Rocker Arm แรงดันน้ำมันเครื่อง (Oil Flow) จะใช้ปั๊มน้ำมันเครื่องเป็นตัวเปลี่ยนแปลงแรงดันตามรอบเครื่องคือ หล่อลื่นเครื่องตามปกติกับส่งให้ไปรอที่ชุดโซลินอยด์วาล์ว 

       : เฮดเดอร์ยุ่น 

       : คอยล์แยก K20A

       ระบบ “DOHC VTEC” จะเริ่มรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ แล้วมาประมวลผลจึงสั่งให้ VTEC เริ่มทำงานด้วยการสั่งให้ชุดโซลินอยด์วาล์วปล่อยให้น้ำมันเครื่องที่มีแรงดันไหลผ่านไปหาตัวกระเดื่องกดวาล์วเพื่อดันลูกสูบให้เคลื่อนที่ไปล็อคชุดกระเดื่องกดวาล์วให้เป็นชุดเดียวกันกับตัวกระเดื่องอิสระที่จะอยู่กับตัวลูกเบี้ยวและเมื่อกระเดื่องกดวาล์วตัวที่อยู่อิสระจากพรรคพวกเริ่มทำงานก็จะทำให้ระยะยกของวาล์วมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น (เทคเปิด) นี่เป็นการทำงานทั่วไปของระบบ VTEC 

        แต่บล็อค “H22A” นี้ได้รับพัฒนาขึ้นมาใหม่ซึ่งได้รับการเปลี่ยนเพลาข้อเหวี่ยงและแบริ่งพิเศษ ควบคู่ระบบ “DOHC VTEC” การทำงานของระบบ VTEC ในช่วงรอบเครื่องต่ำ เครื่องยนต์จะใช้ลูกเบี้ยวรอบต่ำซึ่งออกแบบเพื่อให้เกิดแรงบิดสูงที่ช่วงรอบต่ำและรอบปานกลาง เป็นตัวควบคุมจังหวะและระยะยกของกระเดื่องวาล์วไอดีสองตัว จนกระทั่งเครื่องยนต์ทำงานที่ 5,500 รอบต่อนาที ระบบ VTEC จะเปิด กระเดื่องวาล์วทั้งสองตัวจะล็อคตัวเข้ากับกระเดื่องวาล์วตัวที่สูบและกระทุ้งซึ่งอยู่ตรงกลาง โดยมีสลักที่ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิคควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์เป็นตัวยึด หลังจากนั้นกระเดื่องวาล์วตัวที่สามซึ่งเคลื่อนไหวตามรูปทรงของลูกเบี้ยว ที่ออกแบบมาให้เกิดแรงบิดสูงในช่วงรอบเครื่องสูง ก็จะเป็นตัวควบคุมจังหวะและระยะยกของวาล์ว  

       : ท่อกรอง Top Fuel กรองเปลือย K&N

       : หม้อน้ำอะลูมิเนียม ลดความร้อน

      สำหรับระบบ “DOHC VTEC” ของเครื่อง “H22A” ตัวแรงสุดบอดี้ “Prelude Type S” จะมีการปรับปรุงระบบการทำงานอีกเล็กน้อย ระบบควบคุมระยะยกและระยะเวลาเปิด-ปิดวาล์ว จะใช้กระเดื่องกดวาล์วไอดีแบบลูกกลิ้งสองตัวต่อวาล์วไอดีหนึ่งคู่ ตัวที่เปิดน้อยจะเกิดเป็นช่องแคบ อากาศที่ไหลผ่านจะรีดตัวเพื่อเพิ่มความเร็วในการไหล แก้ปัญหาเรื่องแรงเฉื่อยของไอดีในรอบต่ำ นอกจากนี้วาล์วไอดีที่เปิดไม่พร้อมกันและมีระยะยกไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดกระแสหมุนวนอย่างรุนแรงในห้องเผาไหม้ ช่วยให้อัตราส่วนของอากาศและน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถผสมคลุกเคล้ากันได้ดีขึ้น จนกระทั่งความเร็วรอบไต่ระดับสูงขึ้นที่ 6,000 รอบ/นาที ระบบ VTEC นี้ จะสลับเปลี่ยนไปใช้มุมเพลาลูกเบี้ยวที่ยกวาล์วสูงขึ้นและนานขึ้น เพื่อให้ได้พลังแรงที่ความเร็วรอบสูงให้อารมณ์สะใจวัยแรง

        พวกเครื่องยนต์ตระกูล HONDA สามารถตรวจสอบปีที่ผลิตเครื่องบล็อคนั้นๆ ได้จากตัวเลขที่ตอกไว้บนฝาสูบตรงบริเวณเหนือท่อร่วมไอเสีย ซึ่งตรงนั้นมันจะมีตัวเลขที่หล่อปี ค.ศ. ผลิตอยู่  จุดนี้ก็สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการตรวจสอบเครื่องยนต์ได้ 

“PGM-FI” คุมด้วยกล่อง Link Atom 

       : บังลม เป่าหม้อน้ำ

       : ท่อยางหม้อน้ำ SAMCO

       : กล่อง Link Atom

       ระบบควบคุมการทำงาน “PGM-FI” (Programmed Fuel Injection System) ของ “HONDA” จะแยกส่วนควบคุมออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง, ระบบประจุอากาศและระบบควบคุมอิเล็คทรอนิคส์สุดฉลาด ถ้าเซ็นเซอร์หลักต่างๆ วัดค่ามาผิดจากโปรแกรมเดิมที่ตั้งไว้ กล่อง ECU ก็จะคิดเองว่าเซ็นเซอร์นั้นๆ มันเสีย ตัวกล่อง ECU จะสั่งงานให้เกี่ยวเนื่องกับสัญญาณที่ออกมาจากเซ็นเซอร์ตัวที่พบความบกพร่องในระบบ จึงสั่งตัดการทำงานเลยแล้วเข้าระบบฉุกเฉิน ป้องกันการทำงานผิดพลาดทันที ซึ่งเจ้าตัวกล่อง ECU นี้จะพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตัวเอง เพราะ ECU ของระบบ “PGM-FI” จะมีระบบวิเคราะห์ปัญหาขัดข้องของเครื่องยนต์ที่บรรจุอยู่ภายในด้วย เมื่อมีการตรวจพบมันก็จะส่งข้อมูลไปยังไฟเตือน (Check Engine) ที่หน้าปัดให้เจ้าของรถได้เสียตังค์ค่าซ่อม ซึ่งคันนี้ก็ได้มีการปรับจูนระบบกันใหม่พร้อมควบคุมการทำงานด้วยกล่อง Link Atom อีกที

TEIN Street Flex ปรับ 16 ระดับ + เลี้ยว 4WS 

      : ช่วงล่าง TEIN Street Flex หนึบพอตัว 

      : ค้ำสตรัทบาร์หลัง

      เมื่อก้มลงมองที่ล้อหน้าและหลังของ “Prelude” จะพบกับระบบกันสะเทือนแบบอิสระ ปีกนก สตรัทคอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงทั้งหน้าและหลัง ส่วนคันนี้ได้เพิ่มค้ำสตรัทบาร์หน้าและหลังพร้อมปรับเซ็ทใหม่ครบชุดทั้ง 4 ล้อเป็นของ TEIN Street Flex ตรงรุ่น แบบปรับเกลียว สไลด์กระบอกให้ฟีลลิ่งที่นุ่มหนึบ ปรับหนืดได้ 16ระดับ พร้อมเปลี่ยนบู๊ชยาง ลูกหมาก ช่วงล่างใหม่ครบทุกจุด เป็นผลทำให้ระบบช่วงล่างเคลื่อนที่ได้เร็ว ทำงานได้ทันกับสภาพพื้นผิวถนนและให้การตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นรับกับการทำงานระบบเลี้ยว 4WS ของ Prelude ซึ่งจะทำงานเป็น 2 อย่างคือ  เลี้ยวตรงข้ามกับล้อหน้า ในกรณีที่รถหยุดนิ่งหรือรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อให้กลับรถได้อย่างง่าย หรือ เพื่อช่วยให้การเข้าจอดรถ เช่น จอดซ้อนคัน ที่มีรถอยู่หน้าและหลัง เข้าจอดได้อย่างง่ายขึ้นกับในกรณีที่เลี้ยวทางเดียวกับล้อหน้า เช่น เมื่อใช้ความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูง ล้อหลังกับล้อหน้าจะเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกัน เหตุผลเพื่อจะช่วยให้การเข้าโค้งได้ดีขึ้นนั่นเอง

เบรค BREMBO Evo หน้า-หลัง 

      : ยกชุดเบรค BREMBO Evo

      : เบรคหลัง BREMBO Evo จานเจาะรูระบายความร้อน

        : จูนน้ำมัน 95 แรงม้าลงพื้น 217 PS แรงบิด 23.4 กก.-เมตร

        ระบบเบรคเป็นอิสระไฮดรอลิค 2 วงจรพร้อมหม้อลมผ่อนแรงสแตนดาร์ดจากโรงงานโดยจัดการปรับปรุงเพิ่มตามสูตรสุดฮิต ด้านหน้าเปลี่ยนจานเซาะร่องระบายความร้อน คาลิเปอร์ของ BREMBO  บอดี้ Evo มาใส่ทั้งด้านหน้าและหลัง  ผ้าเบรคคบกับ BREMBO  เพียงเท่านี้ก็สร้างความมั่นใจได้มากขึ้นแล้ว ล้อเปลี่ยนมาใช้ “Black Racing” PRO N1 ที่พัฒนาและผลิตโดย Black Racing และดีไซน์มาจาก SSR ญี่ปุ่น สวยงามขนาด 7.0 x 16 นิ้ว P.C.D. 4 รู 114.3 Offset +44 พร้อมยาง YOKOHAMA Advan Neova AD08R ขนาด 205/45 ZR 16 เท่ากันทั้งสี่ล้อ

 

       : พวงมาลัย NARDI  ท้ายตัด

       :เบาะหน้า RECARO Euro R 

       : หน้าปัดดิจิตอล ไมล์แสงออโต

       : Defi DIN-Gauge N/A ไฟเขียว Oil Temp, Water Temp, Oil Press

        : หัวเกียร์ MUGEN

        : ซันรูฟตรงรุ่น  

      : เบาะหลัง แผงข้างรอบคัน ผ้า Euro R

      : แป้นเหยียบ MUGEN

      : เจ้าของรถ “วิทิต สุนทรสุข”

      จากการปรับปรุงรถให้ครบทุกฟังค์ชั่นองค์ประกอบหลักในด้านความปลอดภัย ทั้งเครื่อง ประสิทธิภาพในการทรงตัวและการทำงานของเบรค ในแนวทางที่เน้นว่าจะต้องไม่เสียรถด้วยวิธีหยิบยืมอะไหล่จากพี่น้องร่วมค่าย นับว่าเป็นวิธีที่ดี น่าสนใจควรจะทำกัน จึงจัดว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมันได้เทคโนโลยีไฮเทคขึ้น ทำให้กลายเป็นรถที่สามารถสร้างความประทับใจได้มาก โดยมีกลุ่มที่นิยมเล่นกับรถรุ่นนี้กันพอสมควรเลยทั้งในบ้านเราและต้นกำเนิดแดนปลาดิบ

        สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่าน้พิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงรถ" ฉบับที่ 432 ประจำเดือนมิถุนายน 2562 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2