ลองขี่ KEEWAY K-Light 202 ครูสเซอร์เวอร์ชั่นล่าสุด ทางเลือกใหม่พิกัด 200 ซีซี.

 

        เรื่องราวของวงการสองล้อบ้านเรา การที่จะเลือกรถมาขับขี่ใช้งานสักรุ่นนั้นหลายๆ คนเลือกรุ่นที่จะมาใช้งานตามเพื่อน ตามคนรู้จัก บางคนเลือกตามใจคนซ้อนท้าย บางคนเลือกตามการใช้งาน แต่บางคนก็เลือกที่จะฉีกไปจากกระแสความนิยม ณ ขณะนั้น เพื่อต้องการความแปลกและแตกต่างจากเพื่อนร่วทาง และต้องการให้ดูโดดเด่น ไม่ซ้ำใครโดยเฉพาะเวลาจอดติดไฟแดง แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว...

       

       หลายค่ายผู้ผลิตก็พยายามฉีกแนว หรือนำเสนอสิ่งแปลกๆ ใหม่ออกมาสู่ผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา เพื่อต้องการให้ยอดขายพุ่งตามเป้าที่ตั้งเอาไว้ สำหรับค่ายทางเลือกใหม่ๆ หรือค่ายสัญชาติอื่นๆ ก็ยิ่งต้องหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และมีสไตล์ที่แตกต่างไปจากค่ายหลักออกมาแบ่งตัวเลขทางการตลาดโดยรวมอยู่ตลอด โดยเฉพาะค่ายรองเมือง-แครายกับแบรนด์ KEEWAY ซึ่งอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกับ BENELLI ของดีทีเด็ดสัญชาติยุโรป โดยถ้าเป็นค่าย KEEWAY ก็จะทำตลาดในบ้านเรามาแล้วหลายขวบปี  ด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งสไตล์คลาสสิค สไตล์โมตาร์ดรวมถึงสไตล์ครูสเซอร์ ถูกนำเสนอมาแล้วมากมาย จนกระทั่งเวอร์ชั่นล่าสุดในรหัส KEEWAY K-Light 202 รถครูสเซอร์พิกัด 200 ซีซี. ที่ถือว่าเป็นเจนเนอเรชั่นสดๆ ร้อนๆ ของแบรนด์  ทำตลาดโดย  บริษัท เบเนลลี่ คีเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เช่นเคย   มาดูพร้อมๆ กันครับว่า K-Light 202 รถครูสเซอร์จะมีของดีทีเด็ดอะไรติดกายมาบ้าง... 

ดีไซน์ลงตัว ให้อารมณ์ครูสเซอร์ไม่แพ้ใคร 

       

        สตาร์ทจากด้านหน้าใช้งานโคมไฟหน้าทรงกลม หลอดไฟหน้าฮาโลเจน จานฉายตาเพชร หรือมัลติรีเฟล็คเตอร์ กะโหลกไฟหน้าสีดำ ขนาบข้างด้วยไฟเลี้ยวหน้าแบบก้านยืน ฝาครอบไฟเลี้ยวหน้าแบบใส หลอดไฟสีส้ม แฟริ่งด้านหน้าไม่มีให้เห็น เน้นเปลือยโชว์ดีไซน์ตามสไตล์ขนานแท้

   

    แฮนด์ท่อกลมสีดำทรงเตี้ย ฝั่งขวามีปั๊มเบรคหน้ากระปุกน้ำมันเบรคทรงเหลี่ยม ตามด้วยปุ่มสวิทช์สตาร์ท ปุ่มสวิทช์ Off-Run คุมไฟจุดระเบิดและปุ่มสวิทช์คุมไฟเลี้ยวขวาในตำแหน่งล่างสุด ปลอกแฮนด์สีดำ มือเบรคอะลูมิเนียม ตรงกลางเป็นแผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิทัลทรงกลม Retro-Modern  Instrumentation  พื้นสีน้ำเงิน ระบุข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ มาตรแสดงระยะทางทั้ง Trip Meter และ ODO Meter มาตรแสดงระดับน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมหลอดไฟเตือนไฟสูง เตือนไฟเลี้ยวและไฟเกียร์ว่าง ไม่มีไฟบอกเกียร์มาให้  ส่วนปุ่มกดเลือกโหมดการวัดระยะทางมีมาให้แล้ว  เปิดกุญแจ On ปุ๊บติดสว่างทันที  ส่วนฝั่งซ้ายมีปุ่มสวิทช์คุมไฟสูงต่ำ ปุ่มสวิทช์แตรและปุ่มสวิทช์ไฟเลี้ยวซ้าย ปลอกแฮนด์และตุ้มปลายแฮนด์สีดำเช่นกัน มือคลัทช์อะลูมิเนียม กระจกมองหลังโคมทรงสวยสไตล์คลาสสิค ทำสีดำทั้งชุด ปรับระดับและพับเก็บได้ 

         ด้านข้างซอกคอรถฝั่งขวาเป็นตำแหน่งของกุญแจจุดระเบิด   และใกล้ๆ กันจะเป็นตำแหน่งของกุญแจล็อคคอรถ ต้องหักเลี้ยวแฮนด์มาฝั่งซ้ายสุดถึงจะล็อคคอรถได้...ถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 11.8 ลิตร รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และเบ็นซิน 95 ทำสีเทาด้าน สวยแปลกตาไปอีกแบบ ฝาถังน้ำมันเป็นแบบเปิดได้อิสระ  ระมัดระวังร่วงหล่นด้วยก็แล้วกัน  

        เบาะนั่งท่อนเดียวสองระดับ Cruiser  Ergonomics ผ้าหนังหุ้มเบาะสีดำสไตล์ขนมปัง นั่งสบายดีพอสมควร ท้ายเบาะออกแบบและติดตั้งมาด้วยที่จับกันตกหรือเหล็กจับหลัง มีทั้งฝั่งซ้ายและขวา จับถนัดมือดีไม่เบา ตำแหน่งของที่วางเท้าออกแบบให้เยื้องไปทางด้านหน้า ช่วยให้ท่านั่งสบายและเต็มเติมอารมณ์ครูสเซอร์ยิ่งขึ้น...ไฟท้ายดวงกลมขนาดกำลังดี ขนาบข้างด้วยหลอดไฟเลี้ยวหลังแบบเดียวกับด้านหน้า กันโคลนท้ายชิ้นบนหั่นสั้น เสริมมาให้ด้วยตัวกันดีดพร้อมที่ยึดแผ่นป้ายทะเบียนจากโรงงาน ป้องกันน้ำและโคลนกระเด็นได้ดีพอสมควร

         เฟรมตัวถังแบบ Steel Cradle Frame…ในส่วนของข้อมูลจำเพาะเริ่มจากระยะห่างช่วงล้อหน้าและหลังเท่ากับ 1,440 มม. ความสูงจากพื้น 150 มม. น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 156.0 กก.

ขุมพลัง 4 จังหวะ สูบเดียว วางตั้ง คาร์บูเรเตอร์ C.D.I.หม้อลม & ออยล์คูลเลอร์ คลัทช์มือ 5 เกียร์ 

         มาต่อที่ระบบขุมพลังกันเลย...K-Light 202 ใช้งานเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดียว วางตั้ง 4 วาล์ว 197 ซีซี. จากขนาดกระบอกสูบ x ระยะชักเท่ากับ 63.5 x 62.2 มม.อัตราส่วนกำลังอัด 8.3 : 1 ระบบหล่อลื่นแบบอ่างเปียกและระบบแรงดัน ความจุอ่างน้ำมันเครื่องไม่เปิดเผย 

        การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใช้งานคาร์บูเรเตอร์ Wanbao Japan รหัส PZ27 ขนาดคอคอด 27 มม.ควบคุมการทำงานด้วยระบบลูกชัก 

         ระบบจุดระเบิดแบบ C.D.I. ระบบสตาร์ทติดเครื่องยนต์มีทั้งระบบสตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลท์

         ระบบระบายความร้อนเป็นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศพร้อมออยล์คูลเลอร์ระบายความร้อนน้ำมันเครื่อง ติดตั้งไว้ด้านหน้าเครื่องยนต์  

         ระบบส่งกำลังให้มาด้วยระบบคลัทช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ผ่านกำลังงานไปยังระบบเกียร์ 5 สปีดแบบ 1-N-2-3-4 และ 5 ส่งกำลังงานขั้นสุดท้ายด้วยโซ่ 

 

        ปิดท้ายด้วยระบบระบายไอเสียใช้ท่อไอเสียแบบเยื้องขวา ออกมาจากเครื่องยนต์แล้วออกฝั่งขวาและมุดลงล่าง ก่อนจะเข้าสู่หม้อพักและตัวบำบัดไอเสีย ก่อนจะออกมาที่ปลายท่อทรงกลมยาว ครอบทับไว้ด้วยฝาครอบอีกชั้น แปลกตาไปอีกแบบ เสียงไม่ดังจนเกินไป 

ช่วงล่างหน้าเทเลสโคปิค หลังช็อคอับคู่ ดิสค์รอบคัน ล้อและยางต่างขนาด 

        ในส่วนของระบบกันสะเทือน K-Light 202 จะเป็นช็อคอับเทเลสโคปิตแบบเต็มท่อนหรือแบบ Full กระบอกช็อคอับสีดำในด้านหน้า มีระยะยุบตัว 120 มม.กันโคลนหน้าทรงสวยโอบกระชับกับล้อ ดิบและดุดันไม่เบา ด้านหลังช็อคอับคู่ สปริงสีดำมาพร้อมกระปุกซับแท้งค์แยกส่วน มีระยะยุบตัว 53 มม.สวิงอาร์มเหลี่ยมสีดำ บังโซ่แบบครึ่งท่อน 

       ระบบห้ามล้อเป็นดิสค์เบรคทั้งหน้าและหลัง ด้านหน้า คาลิเปอร์ลูกสูบคู่   จานดิสค์ลายแปลกตา ติดตั้งฝั่งขวา ส่วนด้านหลังก็ใช้คาลิเปอร์ลูกสูบคู่ จานดิสค์ลายไม่คุ้นตาอีกเช่นกัน คันเบรคหลังติดตั้งอยู่ที่พักเท้าหลังฝั่งขวามือของตัวรถ

       ล้อและยางเติมเต็มอารมณ์ครูสเซอร์ไม่แพ้ใครด้วยวงล้อแม็กทรงหลายก้านสีดำ ขอบ 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 90/90-17 ในด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นล้อแม็กทรงหลายก้านสีดำ ขอบ 15 นิ้ว ยางขนาด 130/90-15 

ลองของจริง : ท่านั่งต้องปรับ ไม่เมื่อยมากนัก เร่งต้นและกลางติดมือ ปลายลุ้นเอา ทรงตัวปานกลาง เบรคพออยู่ ประหยัดพอรับได้ 

        ในส่วนของฟีลลิ่งต่างๆ ที่สัมผัสได้จาก KEEWAY K-Light 202 หลักๆ เลยก็คงจะเป็นเรื่องของท่านั่งที่ต้องปรับกันบ้างพอสมควร แฮนด์กว้าง แต่ก็ไม่กว้างจนต้อง “ถ่างแขน” ออก ยังพอรับได้ ไม่สูงจนเกินไป ส่วนเบาะก็นั่งสบาย นิ่ม รองรับทุกสรีระได้เพียงพอ ตำแหน่งวางเท้าอาจะขยับไปทางด้านหน้าบ้าง แต่ก็ช่วยปรับให้ท่านั่งรวมๆ สบายๆ และไม่ต้องก้มหลังมากนัก

        เรื่องอัตราเร่งก็ทำให้ค่อยข้างดีและติดมือ โดยเฉพาะรอบต้นและย่านกำลังกลางๆ ส่วนปลายต้องลุ้นและไหลยาวๆ เอาถึงจะสุด ความต่อเนื่องของเกียร์ทำได้ดี ไม่ค่อยติดขัดมากนัก อาจจะหาเกียร์ว่างยากบ้างในบางจังหวะ อาการกระตุกไม่มีให้เห็นแล้ว

         ทางด้านการทรงตัวก็ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ได้แย่จนเลวร้ายหรือดีจนเห็นได้ชัด พอขับขี่ใช้งานได้ทั่วไป การตอบสนองก็ไม่ได้สั่นหรือกระแทกกระทั้นจนเสียอารมณ์ อาจจะเซ็ทมาเผื่อไว้แล้ว

          ส่วนอาการของระบบห้ามล้อถือว่าเอาอยู่ การทำงานถือว่าตอบสนองค่อนข้างรวดเร็ว ทันท่วงที ไม่มีจังหวะดีเลย์มากนัก ค่อนข้างไว้ใจได้ มีเบรคหลังเสริมอีกแรงก็ช่วยอุ่นใจได้อีกโข

         การยึดเกาะถนนก็ถือว่าทำได้สมน้ำสมเนื้อ ไม่ได้หวือหวา ขับขี่ใช้งานรถประเภทนี้ คงไม่มีใครเทโค้ง แบนโค้งอยู่แล้ว

         กับเรื่องของตัวเลขความเร็วสูงสุด   เท่าที่ลองเค้นแล้วเค้นอีกจะทำได้อยู่แถวๆ 103-105 กม./ชม.ถ้าไล่เกียร์ดีๆ ต่อเกียร์แม่นๆ น่าจะไปได้ดีกว่านี้พอสมควร

         ปิดท้ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เช่นเคยครับทริปนี้เราเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 พร้อมกับใช้งานระดับความเร็วที่ 80-90 กม./ชม.  ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองออกมาได้แถวๆ 23.25 กม./ 1 ลิตรถือว่าไม่ขี้เหร่จนเกินไป   พอรับไหวกับรถสไตล์นี้นะ...

       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงมอเตอร์ไซค์"  ฉบับที่ 372 ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2