KTM 1290 Super Duke R ปีศาจสีส้มระดับตัวพ่อที่ต้องใช้สกิลค่อนข้างสูง

 

     "พูดได้เต็มปากว่าเจ้าคันนี้เป็นรถ Naked Bike  โหดดุดันที่สุด ณ ปัจจุบัน"

     สำหรับ KTM 1290 Super Duke R คันนี้เรียกได้ว่าเป็นที่สุดในคลาสรถ Naked Bike อาจจะไม่ได้หล่อที่สุด แถมหน้าตาดูอวกาศ แต่ความจัดจ้านถือว่าสุดในรุ่น  ไม่พูดเยอะเจ็บคอ...ไปลองของแรงกันเลยดีกว่านะ

     KTM 1290 Super Duke R ได้มีการเปิดตัวในเมืองไทยไปตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปี 2017 ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ที่รุกตลาดรถแนว Naked Bike ในปี 2018   แต่เชื่อได้ว่ามีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยได้สัมผัสฟีลลิ่งและสมรรถนะ หรือยังมีอีกหลายคนที่ชื่นชอบในดีไซน์และความจัดจ้านของรถในตระกูล KTM Duke อาจจะด้วยปัจจัยหลายๆ  อย่างที่ทำให้ลังเล เดี๋ยวครั้งนี้นักเลงมอเตอร์ไซค์จะมาเล่าให้ฟัง 

     การทดลองขับขี่ครั้งนี้มีโอกาสได้ขับขี่การแบบครบเครื่อง เริ่มด้วยการขับขี่ใช้งานในเมือง ฝ่ารถติดและขับขี่ทางยาวๆ แบบทัวริ่งมุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อจับจอมพลังขึ้นสังเวียน ณ สนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต ได้ลองแล้วบอกเลยว่าจัดจ้าน ครบเครื่อง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ต้องใช้สกิลการขับขี่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

 

      ดีไซน์ภายนอกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงความบึกบึนเช่นเคย ไฟหน้าขนาดใหญ่ ส่องสว่างด้วยหลอด LED มี Daytime Running Light ในตัว ไฟท้ายขนาดเล็กที่มองจากด้านหลังยิ่งทำให้มิติตัวรถดูกระชับ ยังคงใช้แบบ LED เช่นกัน ที่หน้าสนใจคือไฟเลี้ยวขนาดเล็ก ที่เห็นถึงความตั้งใจออกแบบ โดยติดตั้งไว้ที่ตำแหน่งใต้แฮนด์บาร์ เหตุผลเพราะลดความเสียหายของส่วนประกอบต่างๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และสามารถขี่ต่อได้ มีระบบปิดไฟเลี้ยวอัตโนมัติทุกครั้งที่ผลักแฮนด์กลับคืนมุมตรง ป้องกันการลืมปิดไฟเลี้ยว    ถัดมายังคงเป็นฟังค์ชั่นน่าสนใจด้วยเรือนไมล์ TFT Full Color แสดงรายละเอียดการทำงานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น รอบเครื่องยนต์, ความเร็ว, อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง, แสดงโหมดการขับขี่ และการวัดค่าอื่นๆ อีกมากมาย และยังสามารถลดหรือเพิ่มแสดงอัตโนมัติได้ทุกครั้งเมื่อเข้าที่มืดและที่สว่าง เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนมากที่สุด 

     กุญแจใช้เป็น Immobilizer อุ่นใจพกพาสะดวก ติดนิดเดียวคือเมื่อต้องขับขี่ในสนามแข่ง ต้องหาช่องเหน็บในชุดหนังให้ดี เพราะกุญแจจะห่างจากตัวรถได้ไม่เกิน 1 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าชุดหนังของบางท่านไม่มีที่เก็บคงต้องหาสายคล้องไว้ที่คอ แต่เมื่อเทียบกับความสะดวกง่ายได้ก็ถือว่าผ่านครับ การสตาร์ทเครื่องยนต์และล็อคคอรถด้วยไฟฟ้าทั้งหมด

      ดีไซน์รวมๆ ดูแล้วค่อนข้างล้ำสมัย ให้อารมณ์ความดุดันไม่เปลี่ยน เพิ่มเติมคือความกะทัดรัดที่ทำให้คนรูปร่างเล็กสามารถขับขี่ได้ ความสูงเบาะถึงพื้น 835 มม. นับว่าไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับรถ Naked Bike ในคลาส 1,000 ซีซี. ขึ้นไป ถังน้ำมันความจุ 18 ลิตร มีแฟริ่งครอบถังใบอวบอ้วนที่มีส่วนช่วยให้ท่านั่งกระชับ และกอดถังพารถเข้าโค้งได้แบบมั่นใจ เติมน้ำมันเต็มถังขับขี่ได้ 340 กม. ที่ความเร็วยืนพื้นไม่เกิน 120 กม./ชม. ครับ

ความแรงระดับตัวพ่อตระกูล Duke

     ขุมกำลังนี่แหละคือจุดเด่นของ Super Duke R คันนี้เลย เครื่องยนต์ 4 จังหวะ V-Twin 1,301 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ  ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 9,750 รอบ/นาที  และแรงบิดสูงสุด  141 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที  พูดได้เต็มปากว่าเจ้าคันนี้เป็นรถ Naked Bike ที่โหดดุดัน เร็วแรงที่สุด ณ ปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้ น้ำหนักตัวรถเพียง 195 กก. ถ้าไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตอนกำลังขี่ป่านนี้บินไปแล้ว 

      ความโหดดุเดือดของมันถูกควบคุมด้วยโหมดการขับขี่ 3 โหมด Sport, Street และ Rain เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมความแรงในมือได้ง่ายขึ้น ซึ่งในโหมด Sport และ Street ยังคงให้อารมณ์ใกล้เคียงกัน แตกต่างกันที่แรงบิด โหมด Street จะหน่วงๆการตอบสนองคันเร่งยังมาไม่เต็ม   ส่วนโหมด Rain ถูกตัดตอนแรงม้าให้ลดลง และหน่วงแรงบิดมากขึ้น เพิ่ม Traction Control มากขึ้นไปอีก   แต่ที่น่าเสียดายคือผู้ขับขี่ไม่สามารถเข้าไปปรับตั้งค่าระดับของ Traction Control เองได้ว่าจะให้ทำงานในระดับไหน จะมีก็แค่เปิดหรือปิดไปเลย 

     ความโหดที่ถูกควบคุมไว้อยู่หมัดด้วยระบบ Wheelie Control หรือป้องกันล้อหน้าลอย เจ้าคันนี้พัฒนากว่ารุ่นเก่ามาก เพราะเจ้ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับขี่ในสนามโดยที่ไม่ต้องไม่ยัดของแต่งอะไรเพิ่มมากมาย และถึงแม้จะปิด Traction Control หรือปิด ABS  ก็ยังไม่สามารถยกหน้าได้อยู่ดี   ซึ่งจากการทดลอง  ผมลองเปิดคันเร่งหนักๆในเกียร์ 1 ถึงเกียร์ 4 ล้อหน้าค่อนข้างเบาและลอยจากพื้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เซ็นเซอร์ที่ล้อหน้าคำนวณไว้แล้วว่าหากไม่ติดพื้นตัดกำลังแรงบิดทันทีนับว่าเป็นข้อดีสำหรับการขับขี่ในสนาม เปิดคันเร่งหนักๆ สะใจไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเสียพลังงานในการควบคุมรถ อีกทั้งยังติดตั้ง Quick Shifter แบบ Up/Down เพิ่มหรือลดเกียร์โดยไม่ตัดกำลังเครื่องยนต์ เรียกได้ว่าใช้คลัทช์เฉพาะตอนจอดและออกตัวอย่างเดียว

      เซ็ทช่วงล่างจัดว่าเทพ
     
     ระบบหยุดความเร็วจัดว่าให้ของเทพติดรถมาเลย ด้านหน้าใช้คาลิเปอร์เบรค BREMBO M50 จับจานดิสค์เบรคคู่ขนาด 320 มม. ส่วนด้านหลังคาลิเปอร์เบรค BREMBO เช่นเดียวกัน จับดิสค์เบรคขนาด 240 มม. ระบบ ABS เลือกได้ 2 โหมด คือ Road (ABS ทำงานปกติทั้งหน้าและหลัง) โหมด Super Moto (ปิดการทำงานของ ABS ที่ล้อหลัง สำหรับที่จะกดเบรคท้ายสไลด์เข้าโค้ง แต่ก็ต้องใช้ทักษะสูงสักหน่อยนะ) ข้อดีของ ABS แบบ Super Moto คือไม่ออกมาเพ่นพ่านกวนใจเมื่อต้องเบรคก่อนเข้าโค้ง ที่สำคัญมีระบบ Cornering ABS มาให้ด้วย  ประมวลผลได้อย่างดี สั่งงานแม่นยำขณะรถกำลังเลี้ยว ชะลอความเร็วได้มั่นใจกว่าในโค้ง ซึ่ง KTM เป็นค่ายแรกที่พัฒนาระบบนี้ในรถที่ขายในท้องตลาด

      ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นช็อคอับ Upside Down ของ WP ขนาดแกน 48 มม. ที่ให้ระยะยุบตัวที่ 125 มม. ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นช็อคอับเดี่ยว WP ระยะยุบตัวถึง 156 มม. สวิงอาร์มเดี่ยวอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาทำให้ปราดเปรียวคล่องตัวยิ่งขึ้น จากการทดลองขับขี่ทางไกลและในสนามแข่ง ตัวช็อคอับหน้าและหลัง เป็นแบรนด์ดังที่จัดได้ว่า “เอาอยู่” ทุกสภาพถนน   โดยช็อคอับหน้าซับน้ำหนักจากการเบรคได้ดี และคืนตัวในระดับที่ไม่กระโดดกระเด้งจนทำให้เลี้ยวโค้งไม่ได้ แต่ช็อคอับหลังน่าจะต้องปรับความแข็งและความหนืดอีกนิด ป้องกันอาการสับๆดิ้นๆ หากเอาลงไปหวดในสนามแข่ง เพราะเจ้า Super Duke คันนี้ เน้นให้ผู้ขับขี่ทั่วไปใช้งานในเมือง ซึ่งก็ถูกต้องแล้วสำหรับรถแนว Street Bike   

 

      ล้อแม็ก 17 นิ้ว สีส้มเด่น สวมรัดด้วยยาง METZELER ด้านหน้าขนาด 120/70-17 ส่วนด้านหลัง 190/55-17 ตามสเป็คเดิมโรงงานแจ้งว่าการขับขี่บนถนนทั่วไปแรงดันลมยางควรเติมที่ 36-42 (หน้า-หลัง) แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สำหรับผมเมื่อมาขับขี่ในสนาม อุณหภูมิแทร็คค่อนข้างร้อน แต่น้ำหนักตัวที่ 63 กก. ยังถือว่าเบาไปมากเมื่อเทียบกับคนยุโรป ใช้ลมยาง 33-35 (หน้า-หลัง) ถือว่ายึดเกาะถนนได้ดีกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว โดยรวมแล้วสำหรับเซ็ทระบบกันสะเทือนและระบบเบรค ล้อและยาง ผมว่า KTM ให้ของดีมาจากโรงงานเลยครับ

 

     สรุปฟิลลิ่งของเจ้า KTM 1290 Super Duke R ดีไซน์ภายนอกกับความแรงของขุมกำลังเข้ากันอย่างลงตัว ถึงแม้จะเบา แรงม้าจะเยอะ แต่สัดส่วนตัวรถช่วยให้กระชับมั่นใจ อุปกรณ์ติดรถเพียงพอสำหรับใช้งานและขับขี่ในสนามแข่ง แต่หากจะขี่ในสนามอาจะต้องเซ็ทค่าปรับตั้งช้อคอับหลังให้เหมาะกับน้ำหนักตัวสักหน่อยก็จะทำให้มั่นใจมากขึ้น
     
     ใครคิดจะขับขี่เจ้านี่ขอให้ฝึกหรือทบทวนทักษะกันแบบเข้มข้นก่อน เพราะทุกครั้งที่เปิดคันเร่งมันพร้อมจะพุ่งทะยานพาเอาผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นชินตกใจกันได้ง่ายๆ สำหรับผมคิดว่ามันเป็น Naked Bike ที่แรงที่สุดเท่าที่เคยทดลองขับขี่มา...

ขอบคุณ PADDOCK สนับสนุนหมวกกันน็อค SHOEI X-Spirit III โทรศัพท์ 0-2692-7001-5 www.paddock.co.th หรือ www.facebook.com/proshoppaddock

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2