SUZUKI GSX-S1000F

 

          ฤกษ์งามยามดีสำหรับ Bike Walker ครั้งนี้ ได้บรรจบพบเจอกับสปอร์ตทัวริ่งพันธุ์โหดกันเสียที  หลังจากที่ได้ยลโฉมครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale  2015 ช่วงกลางปีที่แล้ว   เหล่าบรรดานักทดสอบจากหลายสำนักก็ตั้งตารอวันที่จะได้สัมผัส ซึ่งอาจจะมีบางกลุ่มนั้นได้ทดลองขับขี่กันไปแล้วบ้างในพื้นที่เล็กๆ แต่เรานักเลงมอเตอร์ไซค์ทั้งที ขอทดลองขับขี่ตามคอนเซ็พท์  Suzuki Way Of Life   พร้อมกันแล้วก็ออกเดินทางได้เลยครับ

          จุดหมายของเราในการทดลองขับขี่ครั้งนี่ มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา  ที่มีโค้งมากมายหลายรูปแบบ ทั้งโค้งตัว U โค้ง S รวมไปถึงโค้งหักศอก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามาทดลองขับขี่ ณ ที่แห่งนี้   ซึ่งเจ้า GSX-S 1000 F อาจจะยังไม่ค่อยมีคนเห็นออกมาโลดแล่นบนถนนเท่าไหร่นัก เพราะส่วนใหญ่ชนชาวนักเลงมอเตอรืไซค์มักจะหันไปให้ความสนใจกับฝาแฝดอย่าง GSX-S 1000 ซึ่งเป็นทรงเนคเก็ตมากกว่า   นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าแฟริ่งด้านหน้าที่ถูกเพิ่มเข้ามาทำให้ดูใหญ่ผู้คนจึงเข้าใจว่ามันจะเทอะทะ แต่สิ่งที่ GSX-S 1000 F ได้พิสูจน์ให้เห็นหลังจากการทดลองขับขี่ครั้งนี้ก็คือความเป็น “สปอร์ตทัวริ่งทรงพลัง”  ที่เชื่องมือควบคุมง่ายขับขี่สบายทุกเส้นทาง

          แรกพบสบตากับเจ้า GSX-S 1000 F คันนี้สัมผัสได้ถึงความใหญ่ ล่ำ บึกบึน ดุดัน  อือม์...มันต้องเป็นรถที่ควบคุมยากแน่ๆ   เชื่อว่าใครหลายคนที่เห็นมันครั้งแรกจะต้องคิดเช่นเดียวกับผมแน่   ด้วยดีไซน์แบบฟูลแฟริ่งทั้งคันแต่ดันเป็นแฮนด์ Flat Bar ทำให้มิติตัวรถของคนขี่ให้อารมณ์เนคเก็ตสปอร์ตซะส่วนใหญ่   ท่านั่งหลังตรง ศอกกาง ขาหนีบถัง และหากจะพูดถึงความโดดเด่นในเรื่องดีไซน์แล้วนั้น ก็คงจะเป็นเรื่องความใหญ่โตของรถ ที่หลายคนกล่าวว่าเป็นรถสปอร์ตทัวริ่งที่ใหญ่ที่สุดในคลาส 1,000 ซีซี.

          บอกได้อย่างเดียวว่าภายหลังจากการทดลองขับขี่ในระยะทางยาวๆ ระดับหนึ่ง เจ้า GSX-S 1000 F  เป็นรถที่ขับขี่ดีควบคุมง่าย ไม่ดิบไม่เถื่อนเหมือนสปอร์ตประจำค่ายในหลายๆ เวอร์ชั่น   ด้วยความที่รถถูกออกแบบมาให้เป็นสปอร์ตทัวริ่งทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะอยู่เกียร์ปลาย ที่เกียร์ 5 หรือ 6 ก็สามารถขับขี่ที่ความเร็ว 40 -60 กม./ชม. ได้  นั่นเป็นเพราะรอบเครื่องยนต์ที่เดินสมูธ  ทำให้รู้สึกสนุกทุกย่านความเร็ว   และเมื่อจะเค้นพลังออกมาจริงๆ ก็ไม่ต้องลุ้นอะไรให้มากมาย เปิดคันเร่งเบาๆ เจ้านี่ก็พร้อมพุ่งทะยานทุกเมื่อ   จะติดก็ตรงที่ว่าหากผู้ขับขี่ท่านไหนที่สนใจในรถรุ่นนี้แล้วคิดว่าจะเป็นรถทัวริ่งจ๋าเปลี่ยนความคิดได้เลยครับ เพราะอัตราการทดเกียร์ที่ชิดมากทำให้เหมือนกับว่ากำลังขี่เนคเก็ตไบค์ยังไงยังงั้น   ซึ่งเมื่อเดินคันคันเร่งเลยไปจนถึงเกียร์ 4 หลังจากนั้นจะเป็นการลากรอบเครื่องได้แบบยาวๆ พร้อมความเร็วที่เพิ่มขึ้นแบบนุ่มนวลไม่ได้กระชากกระชั้นจนน่าตกใจ

          นอกจากเครื่องยนต์ที่โดดเด่นแล้ว ยังมีระบบ Suzuki Drive Mode Selector (S-DMS) ระบบประมวลผลอัจฉริยะที่จะทำการปรับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ให้เหมาะสม โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการใช้งานได้ 3 โหมด   จาก โหมด A สำหรับการเรียกกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ออกมาใช้งาน การตอบสนองรวดเร็วฉับไวสไตล์เรซซิ่ง  โหมด B สำหรับขับขี่สไตล์สปอร์ต ขี่เที่ยว  ส่วนโหมด C สำหรับการขับขี่ทั่วไป   พร้อมระบบ Traction Control ที่ถูกออกแบบการใช้งานให้เหมาะสมกับโหมดที่เลือกใช้ แน่นอนว่าจะต้องมีเซ็นเซอร์ต่างๆ มากมายมาร่วมขบวนการ ตั้งแต่เซ็นเซอร์ตรวจวัดความเร็วในล้อหน้าและล้อหลัง, ลิ้นปีกผีเสื้อ, เพลาข้อเหวี่ยง และตำแหน่งเกียร์ เซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆ จะทำการประมวลผลในการทำงานของ Traction Control เพื่อให้เหมาะสมกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกระบบ Traction Control ได้ 3 ระดับ เรียกได้ว่าเทคโนโลยีที่ใส่ให้มานั้นมาเต็มไม่ด้อยไปกว่ารถสปอร์ตไบค์ในค่ายเลยทีเดียว

          ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นช็อคอับเทเลสโคปิคหัวกลับ 43 มม. ของ KAYABA ปรับเซ็ทค่าความแข็งของสปริงและการคืนตัว  ด้านหลังเป็นช็อคอับแก๊สของ KAYABA ปรับเซ็ทได้ตามความถนัด  ระบบเบรคที่เคยอยู่ใน SUZUKI GSX-R 1300 Hayabusa 2013  ถูกอัพเกรดมาใหม่พร้อมติดตั้งระบบ ABS เข้ามาช่วยหยุดพลัง   อีกทั้งยังเลือกใช้เบรคของ BREMBO คาลิเปอร์ Monobloc 4 ลูกสูบ ใช้จานเบรคขนาด 310 มม.แบบโฟลทติ้งให้ตัวได้ ส่วนด้านหลังติดจานเบรคขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรค 1 ลูกสูบของ NISSIN

          จากเทคโนโลยีและระบบช่วงล่างเพียงเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการขับขี่ใช้งานทั้งบนถนนและในสนาม ตอบโจทย์โดนใจด้วยความประหยัดอย่างน่าทึ่ง   จากเส้นทางที่เราใช้ กรุงเทพ – เขาใหญ่ ขับขี่ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 140 กม./ชม. ซึ่งความเร็วขนาดนี้ก็เพียงพอสำหรับการเดินทาง ขี่สบายๆ เร่งแซงก็ง่ายไม่ต้องลุ้น  ที่สำคัญยังมีอัตราการบริโภคน้ำมันเพียงแค่ 19.2 กม./ลิตร หรือหากบางช่วงที่ความเร็วเกิน 160 – 190 ขึ้นไปจะมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 16.7 – 17.8 กม./ลิตร ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้  

          ถือว่า SUZUKI GSX-S 1000 F เป็นบิ๊กไบค์อีกหนึ่งรุ่นที่มีความลงตัว  หักลบจุดเด่นและจุดด้อยกันแล้วถือว่าผ่าน ท้ายที่สุดแล้วหากเราลองพัฒนาทักษะตัวเราเองให้เข้ากับรถ จากรถคันโตที่หลายคนอาจจะคิดว่าขี่ไม่ได้ จะกลายมาเป็นแมวน้อยที่อยู่ใต้หว่างขาพร้อมฟังทุกคำสั่งจากเรา...

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา2

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2