Yamaha YZF-R6 ชายกลางตระกูล R-Series สุดจัดในคลาส ซูเปอร์สปอร์ตของแท้มันต้องแบบนี้!!

 

 

YZF-R6 ชายกลางตระกูล R-Series สุดจัดในคลาส ใครอยากใส่เดี่ยวสะกิดมา!

         ตลาดรถบิ๊กไบค์ในเมืองไทยช่วงนี้ ความร้อนแรงในคลาส 600 ซีซี. ถือว่ามาแรงที่สุดก็ว่าได้ เพราะอะไรคนถึงนิยมรถบิ๊กไบค์ไซส์กลางๆ คงเป็นเพราะราคาและความแรงที่มีให้แบบเหลือเฟือ ซึ่งแต่ละค่ายและรถแต่ละรุ่นในคลาสนี้ก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ซึ่งครั้งนี้เราจะพาไปสัมผัสรถซูปเปอร์สปอร์ไบค์ในคลาส 600 ซีซี. จากค่ายส้อมเสียง รหัสความมันส์ที่ใครๆก็รู้จัก ไม่รู้ว่าสุดในคลาสหรือไม่ “แต่รุ่นไหนที่ว่าแน่ก็มาดิค้าบบบบ”

       Yamaha YZF-R6 ถือเป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในการใช้งานหรือในการแข่งขัน เจ้า R6 โฉมนี้ถือเป็นโฉมใหม่ล่าสุดที่ได้ทำการเปิดตัวในเมืองไทยในช่วงปลายปี 2017 และยังคงสร้างยอดขายที่ดีให้กับกลุ่มผู้ใช้ที่เข้าใจในอารมณ์และนิสัยของเครื่องยนต์บล็อคนี้ เคยได้ยินหลายท่านบ่นกันว่า R6 เป็นรถที่ขี่ไม่สนุก นักเลงมอเตอร์ไซค์เลยสงสัยว่าแท้จริงแล้วจุดสนุกสุดเสียวของเจ้า R6 มันอยู่ตรงไหน แล้วต้องขี่ยังไงถึงจะสนุก เอาเป็นว่าเราไปดูรายละเอียดพร้อมทำความรู้จักข้อมูลตัวรถกันเลยครับ

ดีไซน์สปอร์ตตั้งแต่เกิด

       สำหรับเจ้า R6 ผมใช้คำว่าสปอร์ตตั้งแต่เกิด มันคือรถสปอร์ตที่เรียกได้ว่าเป็น ซูเปอร์สปอร์ตไบค์ ตั้งแต่โรงงาน หลายคนอาจสงสัยว่าคำว่า ซูเปอร์สปอร์ตไว้ใช้เรียกรถสปอร์ตท้อปคลาสที่ไว้ใช้แข่งขันไม่ใช่หรือ ต้องบอกเลยว่าในคลาส 600 ซีซี. ของหลายๆค่าย ก็จะมีรถสปอร์ตที่ถูกสร้างมาเพื่อพร้อมทำการแข่งขัน หรือเรียกอีกแบบที่เข้าใจง่ายคือรถแข่งที่ถูกทำมาขาย และเจ้า R6 คือซูเปอร์สปอร์ตตั้งแต่เกิดของค่ายยามาฮ่านั่นเอง

        มาเริ่มที่ดีไซน์ภายนอกกันก่อนดีกว่าครับ R6 เป็นรถสปอร์ตฟูลแฟริ่ง ดีไซน์หัวจรดท้ายถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง YZF-R1 และได้รับการดีไซน์สไตล์รถแข่งระดับโลกอย่าง YZR-M1 ไฟหน้าดวงเล็กหลอด LED แยกสองข้างไฟต่ำและไฟสูงชัดเจน ด้านบนยังมีไฟแบบ Day-Light มองแล้วเหมือนคิ้วเข้มๆสองข้างเพิ่มความดุดันให้แฟริ่งด้านหน้า ด้านท้ายดูจะเล็กไปหน่อย ไฟท้ายส่องสว่างเห็นชัดเจน เพียงแต่เจ้าช่องลมขนาดใหญ่ทั้งสองข้าง ออกแบบตามหลักแอโร่ไดนามิก มองให้เหมือนท้ายของ R1 นั้นก็ใช่ มองให้เหมือนท้ายของ R15 นั้นก็เป๊ะ ประเด็นคือส่วนมากจะโดนขี่ตามมาดันเพราะคิดว่าเจ้า R6 คือ R15 แต่พอเข้ามาใกล้ๆเสียงเครื่องยนต์ทำให้รับรู้ได้ถึงพลังมหาศาล ไฟเลี้ยวติดตั้งอยู่บนจุดยืดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งตรงนี้หากออกแบบมาให้เป็นแบบบิ้วท์อินได้ก็น่าจะแจ่มกว่านี้ แต่ด้วยเรื่องกฎหมายต้องเข้าใจเพราะ R6 คือรถนำเข้า 100% นะจ๊ะ  

   

      ถังน้ำมันใบพอเหมาะ จุได้ 17 ลิตร ขนาดกำลังพอดี แขนกอดถัง เข่าหนีบได้ ทำให้กระชับเมื่อคร่อมขี่ ถัดมาเป็นเรื่องท่านั่งเรียกว่านั่งขี่แบบสปอร์ตจ๋าๆเลย แฮนด์บาร์แบบ Clip-On หรือจับใต้แผงคอนั่นเอง ทำให้ผู้ขับขี่นั่งอยู่บนเบาะนั่งแบบสองตอน อยู่ในท่าก้มขี่แบบเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่ชินกับการขับขี่รถทรงนี้ ความเมื่อยมาเยือนแน่นอน รวมไปถึงแฮนด์ที่จับต่ำมากๆทำให้ R6 หักมุมเลี้ยวในที่แคบค่อนข้างลำบาก ต้องทำความเข้าใจกันด้วยว่าสไตล์รถซูเปอร์สปอร์ตมันเป็นแบบนี้  โดยรวมแล้วสัดส่วนตัวรถไม่ใหญ่เกินไป แต่ก็ไม่ได้เล็ก มิติตัวรถกำลังพอดีสำหรับคนรูปร่างเล็ก แต่ความสูงเบาะ 850 มม. นั้นแค่เห็นตัวเลขตามสเป็คหลายคนก็กังวลแล้ว ขอบอกว่าเมื่อคร่อมขี่ น้ำหนักตัวรถรวมของเหลวแล้วอยู่ที่ 190 กก. เท่านั้น เบามาก!! เบาะนั่งที่แคบทำให้ความสูงไม่ใช่ปัญหา ผมสูง 163 ซม. ก็ขับขี่ได้ เพราะฉะนั้นตัดปัญหาความสูงออกไปจากหัวได้เลย มาทำความรู้จักกับขุมกำลังความแรง และวิธีขี่กันดีกว่า   

ขุมกำลังสุดจัดในคลาสหกร้อย!! 

 

       มาถึงเรื่องหัวใจหลักของความแรง เจ้า R6 ถูกขนานนามว่าเป็นรถแข่งที่ทำมาขาย เนื่องจากในเกมการแข่งขันระดับเอเซีย หรือการแข่งขันในยุโรป YZF-R6 ถูกนำใช้เพื่อลงทำการแข่งขัน ขุมกำลัง 599 ซีซี. 4 ลูกสูบเรียง 4 จังหวะ 16 วาล์วแบบ DOHC ที่ผลิตมาจากวัสดุไทเทเนียมที่ทนทานต่อความร้อน ขนาดกระบอกสูบxช่วงชักอยู่ที่ 67.0×42.5 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 13.1:1 จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคันเร่งไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Quickshifter ระบบคลัทซ์แบบ Wet Multiple พร้อมระบบ  Slipper Clutch ลดแรงฉุดกระชากของเครื่องยนต์ แรงม้าสูงสุด 118.4 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ และแรงบิด 61.7 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ จากสเป็คที่เห็นมันบอกอะไร แน่นอนครับจุดสนุกสำหรับเครื่องยนต์ที่เรียกว่าเครื่องรถแข่งมันอยู่ที่การใช้รอบเครื่องยนต์ เพราะแรงบิดจะมาเต็มก็ต่อเมื่อรอบเครื่อง 10,500 รอบ แน่นอนว่าหากคุณขี่ที่ความเร็วเท่าไหร่ก็ตาม แต่คุณไม่ใช้รอบเครื่อง จะทำให้รถเริ่มห้อย เร่งแซงลำบาก ผมไม่ได้หมายความว่าให้คุณขี่ลากรอบ 10,000 รอบ ตลอด แต่รอบเครื่องยนต์ที่ต้องใช้อย่างน้อย 6,000-8,000 รอบ จะทำให้รถมีกำลัง ต้องกล้าเล่นกับรอบเครื่องยนต์ครับถึงจะขี่สนุก ส่วนแรงม้ามาเต็มที่ 14,500 รอบ ต้องบอกว่าจริงๆแล้วยังไม่สุดนะครับ จากการทดสอบรอบเครื่องยนต์ของ R6 อยู่ที่ 16,500 รอบ เรียกได้ว่า แค่เกียร์ 4 ความเร็วทะลุ 215 กม./ชม. เตะเกียร์ 6 ความเร็วทะลุ 250 กม./ชม. แถมยังไหลไปได้อีกเยอะ ความแรงของเครื่องบล็อคนี้อันดันแรกที่ลืมไม่ได้เลยคือต้องใช้รอบเครื่องยนต์และกล้าที่จะเปิดคันเร่ง   

       ทุกการสั่งงานของคันเร่งไฟฟ้า YCC-T สั่งงานโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกใช้ 3 โหมด เริ่มที่ โหมด STD แรงบิดและแรงม้าถูกลดทอนลงไปให้เหมาะสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมือง โหมด B เหมาะสำหรับเลือกใช้ในขณะขับขี่ในสภาพพื้นผิวที่ค่อนข้างลื่น หรือในช่วงที่ฝนตก ส่วนโหมดที่จัดว่าแรงสุดคือโหมด A โหมดนี้แรงม้า แรงบิดมาเต็มแบบไม่มีกั๊ก โดยทุกโหมดสามารถปรับตั้ง TCS (Traction Control) โดยสามารถปรับได้สูงสุด 6 ระดับ สำหรับโหมดการขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ขณะขับขี่ แต่ต้องปิดคันเร่งประมาณ 3-5 วินาที ส่วน TCS สามารถปิดได้ แต่หากต้องการปิดต้องทำการจอดรถถึงจะสามารถปิด TCS ได้ 

       ระบบกันสะเทือนที่ให้มาก็พร้อมลงสนามแข่งเลยแหละครับ ด้านหน้าใช้ช็อคอับ Upside-Down ของ Kayaba ขนาดแกน 43 มม. ปรับตั้งได้เต็มระบบตามการใช้งาน ส่วนด้านหลังช็อคอับเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ปรับตั้งได้เต็มระบบเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าระบบกันสะเทือนด้านหน้ายกมาจากรุ่นพี่คือ YZF-R1 เบรคหนัก เลี้ยวเร็ว สบายมาก ล้อและยางที่ให้ติดรถมาต้องบอกก่อนว่าสำหรับเจ้า R6 คันที่นำมาทดสอบนี้ได้เปลี่ยนยางไปแล้วไม่ใช่ยางเดิมติดรถโรงงาน แต่ยางยังตรงสเป็คเดิมนะ ล้อแม็ก 5 ก้าน 17 นิ้ว สวมยางหน้าไซส์ 120/70-17 และยางหลังไซส์ 180/55-17 ยางสเป็คนี้เทียบเท่ารถสปอร์ตในคลาส1,000 ซีซี. เพียงพอสำหรับการขับขี่บนถนนและในสนามแข่งเลยทีเดียว และที่สำคัญรถแรงเบรคต้องดี ระบบหยุดความเร็วใช้คาลิเปอร์เบรค 4 ลูกสูบ แบบ Radial Mount ของ Advics เป็นคาลิเปอร์ที่ยามาฮ่าเลือกใช้มาอย่างยาวนาน จับจานดิสค์เบรคคู่ขนาด 320 มม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ ของ NISSIN จับจานดิสค์เบรคขนาด 220 มม. พร้อมระบบ ABS ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน แต่ ABS จะสู้มือไปหน่อย ทำงานประมวลผลเร็วเกินไปทำให้จากที่จะเบรคจุดนี้ อาจจะไหลไปอีกจุดได้ ที่สำคัญ ABS ปิดไม่ได้ ยิ่งถ้าจะลงไปขับขี่ในสนามจริงๆสงสัยคงต้องมีถอดฟิวส์ ABS ออกกันบ้าง

 

       

       สรุปฟิลลิ่งของเจ้า YZF-R6 ทำความเข้าใจไปพร้อมกันอีกครั้ง ความเป็นซูเปอร์สปอร์ตตั้งแต่กำเนิด นิสัยตัวรถค่อนข้างที่จะบู๊ดุเดือด ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ค่อยอยากใช้ความเร็วมากนัก แต่รอบเครื่องยนต์ที่จัดจ้านทำให้ในทุกการเปิดคันเร่งและการเปลี่ยนเกียร์ทำได้ต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเตะเกียร์ด้วย Quick Shifter สับปังๆกันเลยทีเดียว จุดเด่นหลักของเจ้า R6 ก็คือความแรงนี่แหละครับ รวมกับการออกแบบที่ดี ดีไซน์ตัวรถที่ตอบโจทย์ของคนรักในความสปอร์ต 100% จริงๆ แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันในกลุ่มคนที่เล่นรถคลาส 600 ค่ายอื่น ว่าไม่ชอบ R6 เพราะราคามันโดดไปไกลถึง 549,000 บาท หากคุณได้ลองขี่ถึงจะรู้ว่ารถแข่งที่ทำมาขาย กับรถบิ๊กไบค์ดีไซน์สปอร์ตมันไม่เหมือนกัน ยิ่งถ้าขี่จนคุ้นมือแล้วถือได้ว่าเจ้า R6 เป็นรถอีก 1 รุ่น ที่ต้องใช้คำว่า สุดจัดในคลาส 600 ซีซี.เลยครับ อีกเรื่องคือเทคโนโลยีติดรถที่ให้มาเพียงพอสำหรับการใช้งาน และก็เพียงพอสำหรับลงทำการแข่งขันเลยแหละ แต่เคยสังเกตุไหมว่าสปอร์ตเครื่องแรงขนาดนี้ที่สามารถลงไปไล่บี้กับรถสปอร์ตคลาส 1,000 ซีซี.ได้แบบสบายๆ ทำไมไม่ค่อยเห็นข่าวอุบัติเหตุ ส่วนตัวผมคิดว่าด้วยดีไซน์ซูเปอร์สปอร์ต ด้วยราคาที่สูงสำหรับรถคลาสนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวสกรีนกลุ่มผู้ใช้ว่าใจต้องรักในเจ้า R6 จริงๆถึงจะซื้อ และที่สำคัญปัจจุบันนี้ก็มีกลุ่มลูกค้าใช้กันจำนวนมาก แถมพวกเค้ายังใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวันกับลงขับขี่ในสนามแข่งด้วยนะเออ... 

      สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงมอเตอร์ไซค์" ฉบับที่ 369 ประจำเดือนเมษายน 2562 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2