HONDA X-ADV บิ๊กสกู๊ตเตอร์อเนกประสงค์ ลุยได้ มันส์ดี ขี่สนุก

 

กระแส ADV150 กำลังมา เอา X-ADV รุ่นพี่ไปชมกันบ้าง...

       จัดเต็มเช่นเคยในคอลัมน์ Bike Walker ขอเดินทางกับรถใหม่ที่กำลังเนื้อหอมสุดๆเปิดตัวในเมืองไทยและขายอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นปี ฤกษ์งามยามดีจึงนำมาทดสอบให้แฟนๆได้รู้แจ้งกันไปเลยว่าโซน์ล้ำๆของ Honda X-ADV บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่มองยังไงก็ดูจะคล้ายรถแนวแอดเวนเจอร์เต็มตัว มาดูกันว่ามีดีอะไร จุดไหนที่โดนใจทำให้ตัดสินใจที่จะซื้อ!

ครั้งแรกของค่าย บิ๊กสกู๊ตเตอร์สายลุย!

       แรกพบที่ได้เห็นทรวดทรงองเอวและดีไซน์ รู้เลยว่าเจ้า X-ADV คันนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ก็ดูคอนเซ็พท์สิ  Every Day, Every Road an Adventure เหมาะสำหรับขี่ทุกๆ วัน ทุกๆ สภาพถนนขับขี่ได้ทั้งทางดินและทางดำ และตอบโจทย์สไตล์แอดเวนเจอร์ เดินเส้นตัดสายสวยงาม เหลี่ยมคมที่ดูล้ำสมัยหน่อยๆ มองโดยรวมแล้วเจ้าบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อขับขี่แบบแอดเวนเจอร์จ๋าๆ และไม่ได้เกิดมาเพื่อสายเดิร์ท โดดดินบินเนิน อย่างที่นักรีวิวอวตารมากมายหลายท่านนำมารีวิว แยกให้ออกสกู๊ตเตอร์ก็คือสกู๊ตเตอร์ แต่ X-ADV มีความต่างที่สามารถขับขี่ลุยได้เมื่อยามจำเป็น อีกจุดที่ทำให้ใครหลายคนประทับใจเมื่อได้ลองคือมิติตัวรถที่ตอบสนองฟิลลิ่งการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าไม่เคยมีบิ๊กสกู๊ตเตอร์รุ่นไหนทำได้แบบนี้มาก่อน

       ขุมกำลังที่พกติดตัวมามีความห้าวเอาเรื่อง เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 สูบ ความจุ 745 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 45 แรงม้าที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 68 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที ดูกันให้ชัดจริงๆหาก X-ADV ไม่ได้มีการออกแบบ จัดวางองค์ประกอบให้เป็นรถสกู๊ตเตอร์ เรียกได้ว่าเป็นน้องๆรถแอดเวนเจอร์ ทัวร์ริ่ง เต็มตัวเลยแหละ ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ขับโซ่ ไม่ใช่สายพานแบบรถออโต้ทั่วไปนะเออ เหตุผลคือง่ายต่อการบำรุงรักษา แถมยังฉุดกระชากดีกว่าเมื่อขับขี่ในเส้นทางออฟโรด ที่เจ๋งเลยคือระบบ DCT เวอร์ชั่นล่าสุดถูกติดตั้งลงใน X-ADV ซึ่งต้องบอกเลยว่าระบบคลัทช์อัตโนมัติ Dual-Clutch Transmission มันช่างสะดวกสบายเหลือเกิน ในเส้นทางที่ขับขี่เดินทางไปทดสอบนี้ กรุงเทพฯ-นครนายก ทางตรงยาวๆ ทางโค้งบางช่วง ความรู้สึกที่สัมผัสได้คือความนิ่มนวลสุด (บิดอย่างเดียว ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์) แถมชิวหน้าสามารถปรับสูง-ต่ำได้ ตัดลมได้ดี ยืนพื้นที่ความเร็ว 140-150 กม./ชม. ไม่มีแรงปะทะของลมให้เมื่อยล้า นิ่งใช้ได้

       ความห้าวเป้งที่สามารถเรียกใช้ได้ตลอดด้วย 2 โหมดขับเคลื่อนคือ D และ S ซึ่งให้ให้การตอบสนองต่างกันมาก โหมด S ระดับสูงสุดก็ให้ความสปอร์ตในการขับขี่มากที่สุด และโหมด D มีการพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อน โดยเรียนรู้และปรับการส่งกำลังตามพฤติกรรมการขับขี่ด้วย ต้องขอชมเชยในระบบการประมวลผลที่เสถียรสุดๆ เพราะในบางจังหวะผู้ขับขี่จำเป็นต้องเปิดคันเร่งหนักเพื่อใช้รอบเครื่องยนต์เพื่อเร่งแซงรถคันหน้า D โหมดก็สามารถตอบสนองได้ตามใจนึก เรียกง่ายๆว่าประมวลผลตามน้ำหนักมือกันเลยทีเดียว แถมลงทางลาดชันยังคิดแทนผู้ขับขี่ให้ด้วยว่าต้องใช้เกียร์ต่ำ ปรับลดเกียร์ลงมาเพื่อใช้งานเอนจิ้นเบรคได้อีก ฉลาดมาก

 

        มีบางช่วงของการทดสอบลองเอาเข้าไปลุยป่าในทางที่เป็นออฟโรดเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ผลที่ได้คือหากไม่ปีนป่ายหินก้อนโต หรือโดดเนินสูง ทางดินที่ไม่โหดมากนัก X-ADV ไปได้ คอนเฟิร์ม สาเหตุที่ไม่สามารถปีนหินก้อนใหญ่ตามสไตล์รถแอดเวนเจอร์รุ่นพี่ได้ คำตอบคือให้ย้อนกลับไปดูดีไซน์ตัวรถกันก่อนว่าออกแบบมาเป็นแบบไหน ใช่...นี่มันรถสกู๊ตเตอร์ ย้ำบ่อยๆจะได้เข้าใจตรงกัน อีกอย่างความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 162 มม. ซึ่งเตี้ยเกินไปสำหรับการปีนสิ่งกีดขวางบางชนิด และล้อซี่ลวดแบบทูปเลส (ไม่ใช้ยางใน) หน้า 17 นิ้ว ล้อหลัง 15 นิ้ว ที่สวมรัดด้วยยาง ไซส์ 120/70 และ 160/60 ยังคงเป็นยางกึ่ง ที่ขับขี่บนทางทั่วไปและทางดินเล็กน้อย ยังไม่ใช่ยางหนาม เข้าใจตรงกันนะ

ในเมืองขับขี่ดีจริง ไม่มีมโน

      การขับขี่ใช้งานในเมืองต้องบอกว่ามิติตัวรถของผู้ขับขี่นั้น เจ้า X-ADV ค่อนข้างที่จะดูเล็ก แฮนด์กว้างแต่ไม่ทำให้รู้สึกเทอะทะ คนตัวเล็กสามารถขี่ได้ ความสูงเบาะถึงพื้นแค่ 820 มม. จะติดก็แค่เบาะนั่งที่กว้าง เพื่อความสบายในการเดินทางไกล แถมยังวางเท้าได้แบบ Sit in Seat  เหมือนนั่งขี่อยู่บนโซฟา เช่นเดียวกับสกู๊ตเตอร์ในค่ายอย่าง FORZA 300 แต่คนรูปร่างเล็กๆบิดตูดกันมันส์แน่นอนกว่าขาจะถึงพื้นเพราะเบาะกว้าง โชคดีที่น้ำหนักตัวรถไม่เยอะมาก 238 กก. พลิกรถดี เลี้ยวได้ง่ายช่วงรถติดๆ 

       ส่วนช่วงล่างนั้น แน่นอนว่าทางออฟโรดยังไปได้ ขับขี่ใช้งานในเมืองนี่กลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย ช็อคอับหน้าแบบ Upside Down ซับแรงกระแทกได้ดีสุดๆ ช็อคอับหลังให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นอิสระ มีช่วงยืดยุบในขณะเลี้ยวโค้งที่ไม่ย้วย ด้วยช็อคอับหลังเดี่ยวแบบ Pro-link มีกระเดื่องทดแรงเข้ามาช่วย ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มตามสูตรรถสายลุย  เรื่องเบรคไว้ใจได้ จานดิสก์เบรกคู่ด้านหน้า ขนาด 310 มม. จับด้วยคาลิเปอร์ NISSIN แบบเรเดียลเม้าท์ ด้านหลังก็ยังใช้เป็นคาลิเปอร์เบรก NISSIN เช่นเดียวกัน ฝังระบบ ABS มาทั้งหน้าและหลังด้วย

      หลังจากการทดสอบในครั้งนี้จึงได้รู้แจ้งถึงข้อดีข้อด้อยในการตัดสินใจซื้อรถ X-ADV กันอย่างแจ่มแจ้ง ฟิลลิ่งในการขับขี่ X-ADV ยังคงเป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ตอบโจทย์การขับขี่เกือบจะครบทุกเส้นทาง หากใครยังสนุกสุดขีด ลากรอบเปลี่ยนเกียร์ปุ่ม + และ – ก็อยู่แค่ปลายนิ้ว สบายสุดๆกับการขับขี่ทางไกล จัดตำแหน่งท่านั่งได้หลายแบบ ไม่เมื่อยล้า ในเมืองคล่องตัวในกรณีที่รถไหลๆ แรงบิดที่พอประมาณ ไม่หนักจนน่าตกใจ ช่วยให้เร่งแซงรถคันอื่นได้อย่างง่ายดาย ถังน้ำมันความจุ 13.1 ลิตร เล็กไปนิดสำหรับรถพิกัดเจ็ดแรงครึ่ง เดินทางไปกับสายทัวร์ริ่งรุ่นอื่น X-ADV คงต้องแวะเติมน้ำมันบ่อยหน่อยก็เท่านั้น ซึ่งอัตราค่าเฉลี่ยการบริโภคน้ำมัน ในความเร็วที่ทดสอบยืนพื้นความเร็วที่ 130 กม./ชม อยู่ที่ 22 กม./ลิตร ก็ถือว่าประหยัดใช้ได้เลยทีเดียว

       ท้ายสุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่บอกไว้ก่อนว่าอย่าคาดหวังว่า ของ X-ADV จะเกิดมาเพื่อสายลุย เอาไว้ลุยป่าฝ่าเขา เพราะทางค่ายผู้ผลิตก็เน้นย้ำเสมอว่า X-ADV คือรถอเนกประสงค์ ลุยได้พอสนุกเมื่อยามจำเป็นมากกว่า

      ขอบคุณ Honda BigWing รามอินทรา เอื้อเฟื้อรถทดสอบ

     สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงมอเตอร์ไซค์" ฉบับที่ 350 ประจำเดือนกันยายน 2560 

 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2