น้ำมันหล่อลื่น เลือกผิด...ใช้ผิด รถพังเร็ว

ภาพจากgtrmaxx

     น้ำมันหล่อลื่น   เลือกผิด..ใช้ผิด  รถพังเร็ว

     เปิดประเด็นมาแบบนี้ ก็คงจะไม่มีใครไม่เข้าใจสำหรับ “น้ำมันหล่อลื่น” หรือ “น้ำมันเครื่อง” ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการหล่อลื่น  ลดการเสียดสี ระบายความร้อน ในระหว่างการทำงานของเครื่องยนต์  ไม่ว่าจะเป็นรถเก่า รถใหม่ รถแพง รถถูก หรือเครื่องยนต์ของอะไรก็ตาม    ต่างก็ต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นกันทั้งนั้น   ซึ่งจะเลือกใช้แบบไหนก็สุดแล้วแต่พิจารณา อย่าคิดว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะใช้น้ำมันหล่อลื่นราคาแพงให้กับเครื่องยนต์ของรถท่านโดยไม่รู้มาก่อนว่ามันเหมะสมกับเครื่องยนต์นั้นหรือไม่ แล้วท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันหล่อลื่น ตัวไหน? แบบไหน? จึงจะเหมาะกับเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่มากที่สุด... 

 ภาพจาก www.toyota.com , www.youtube.com

     เพราะโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ต่างก็แข่งขันผลิตเครื่องยนต์ต่างขนาดความจุ รวมไปถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อ ออกมาเจาะกลุ่มผู้บริโภคทั้ง กลุ่มที่รักรถสมรรถนะสูง เร็ว แรง กับกลุ่มที่เน้นในเรื่องของความประหยัด รวมไปถึงอายุอานามของเครื่องยนต์ที่ใช้   ก็ต้องมีเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แค่จุดนี้ก็สามารถแยกแยะออกได้แล้วในเรื่องของการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นว่าควรจะเลือกให้เหมาะ มิฉะนั้น เครื่องยนต์อาจลาโลกก่อนจะใช้งานได้คุ้มค่าคุ้มราคา

  ภาพจาก wallpaperstock.net

     หน้าที่หลักของน้ำมันหล่อลื่นก็คือ ทำหน้าที่ในการหล่อลื่นตามชื่อ รวมไปถึงช่วยในเรื่องของการระบายความร้อน ป้องกันสนิมที่เกิดจากการกัดกร่อน ป้องกันการรั่วซึมของกำลังอัด เนื่องจากน้ำมันหล่อลื่นจะเป็นฟิล์มไปเคลือบอยู่ตามจุดต่างๆที่มีการเคลื่อนไหว สุดท้าย ทำหน้าที่ในการชะล้างทำความสะอาดเขม่า และป้องกันการรวมตัวกันของผงโลหะที่อาจทำให้เกิดการอุดตันได้ น้ำมันหล่อลื่นแบ่งคร่าวๆ เป็น 2 ชนิด  คือ น้ำมันหล่อลื่นแบบธรรมดา จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 กิโลเมตร   น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ อยู่ที่ 10,000 กม. โดยระยะเวลาของการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นนั้นอาจแตกต่างกันได้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้รถยนต์ของแต่ละประเภท เช่น บางคนอาจวิ่งทางไกลอย่างเดียวซึ่งไม่ค่อยพบกับการจราจรที่ติดขัด ระยะเลขกิโลเมตรที่หน้าปัดของรถท่านก็อาจตรงกับระยะทางที่วิ่งจริงๆ เป็นแบบนั้นก็สามารถเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นตามที่กำหนดไว้หรือบวกลบนิดหน่อยได้ แต่ผู้ที่พบการจราจรติดขัดอยู่เป็นประจำแม้รถของท่านจะไม่ค่อยได้วิ่งแต่เครื่องยนต์ก็ทำงานตลอดเวลาและผจญความร้อนความเครียดอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน จึงไม่ควรรอให้ถึงตัวเลขระยะทางใช้งาน  แต่ควรเปลี่ยนก่อนด้วยเหตุผลที่กล่าวมา

 

     ต่อด้วยในเรื่องของ เกรด ตัวเลขความหนืดของน้ำมันหล่อลื่น ที่เราเห็นติดข้างแกลอนน้ำหล่อลื่นว่ามันคืออะไรมีความหมายอย่างไร บอกเลยทุกตัวมีที่มาที่ไปซึ่งจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรที่น่าตื่นเต้น เพราะหนังสือในเครือของเราก็ได้อธิบายตรงจุดนี้ไปหลายฉบับแล้ว แต่ผมจะมาสรุปเอาแบบเข้าใจกันง่ายๆ ก็แล้วกันจำไว้ว่า ถ้าเป็นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์เบ็นซิน ตัวอักษรจะใช้เป็นตัว S นำหน้า ตามด้วยเกรดคุณภาพน้ำมันไล่ต่ำสุดตั้งแต่ A ไปจนถึง L เช่น API SG, API SJและ API SL ส่วนน้ำมันหล่อลื่นยนต์ดีเซล ใช้ตัวอักษร C ตามด้วยเกรดน้ำมันตั้งแต่ A ไปจนถึง I เช่น API CF, API CG-4, API CH-4และ API CI-4 (เลข 4 ที่ตามหลังหมายถึง เน้นใช้สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ) ถ้าเกิดไม่เข้าใจรหัสหรือจำไม่ได้ ก็ให้ดูข้างภาชนะบรรจุซึ่งจะระบุไว้ชัดเจนว่าน้ำมันหล่อลื่นนี้ให้ใช้กับเครื่องยนต์ประเภทไหน เบ็นซิน หรือดีเซล ก็ว่ากันไป ที่เหลือก็จะเป็นความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นเป็นแบบตัวเลข ไล่ตั้งแต่ 5, 10, 15, 30, 40 และ 50 โดยตัวเลขยิ่งมาก ความหนืดก็จะสูงตามไปด้วยเช่น SAE 10W-50 จะมีความหนืดมากกว่า SAE 15W-40 ซึ่งการวัดเกรดความหนืดจะแบ่งเป็นการวัดที่ 2 อุณหภูมิที่แตกต่างกัน 

     1. วัดที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขเกรดความหนืดจะตามด้วยอักษร W (Winter) เช่น 5W, 10W

     2. วัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขเกรดความหนืดจะเป็นตัวเลขอย่างเดียวเช่น 30, 40, 50

ภาพจาก auto-variety.com

     ส่วนการเลือกเกรดความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นนั้นให้ดูจากคู่มือประจำรถยนต์ หากไม่ทราบเกรดความหนืดที่แน่นอนให้ใช้เกรดความหนืด 40 หากเครื่องยนต์มีอาการกินน้ำมันหล่อลื่นให้เปลี่ยนเป็นเกรดความหนืด 50

     ปัจจัยอื่นๆในการเลือกเกรดความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นก็คืออุณหภูมิของอากาศ และสภาพความหลวมของชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ หากอากาศภายนอกเย็นหรือเครื่องยนต์เย็น น้ำมันหล่อลื่นควรใส และไหลง่ายเพื่อหล่อลื่น และปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท และใช้งาน หากเครื่องยนต์ร้อนแล้วน้ำมันหล่อลื่นใสเกินไป ชั้นเคลือบหรือฟิล์มจะบางเกินไป และไม่สามารถปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์จากการสึกหรอได้  หรือถ้าหากเครื่องยนต์ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน และเครื่องยนต์เริ่มหลวมก็ควรเลือกน้ำมันที่มีเกรดความหนืดมากขึ้นจากมาตรฐานที่กำหนดในคู่มือรถยนต์สักหน่อยเช่นจาก 40 เป็น 50 เพราะชั้นเคลือบหรือฟิล์มที่หนาขึ้นสามารถเข้าไปอุดช่องว่างที่เกิดจากการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย (แต่ถ้าเครื่องยนต์หลวมมากๆ น้ำมันหล่อลื่นก็ช่วยไรไม่ได้ครับ  แนะนำโอเวอร์ฮอลเครื่องก่อนแล้วค่อยเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นละกันนะ) ในส่วนนี้สามารถช่วยป้องกันกำลังอัดรั่วไหลของเครื่องยนต์ที่เกิดจากช่องว่างระหว่างแหวนลูกสูบ และกระบอกสูบได้อีกทางหนึ่งด้วย ทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย    

     ท่านที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นยี่ห้อของผู้ผลิตรถยนต์มาตลอดแล้วอยากเปลี่ยนก็สามารถทำได้ โดยเลือกน้ำมันที่มีเกรดคุณภาพและเกรดความหนืดเท่ากันก็สามารถใช้ทดแทนกันได้  บางทีอาจได้ใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิมอีกด้วย... 

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา2

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square