Trip ROYAL ENFIELD Tour of Thailand 2018 กรุงเทพฯ-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่

 

 

        ROYAL ENFIELD รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคสายพันธุ์อังกฤษจัดกิจกรรม Tour of Thailand 2018 ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 สำหรับทริปประจำปี 2018 จะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าผู้ขับขี่ตลอดจนผู้ที่สนใจร่วมทดสอบประสิทธิภาพของ ROYAL ENFIELD หลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็นตระกูล Classic 500 หรือ Classic 500 Bullet ตลอดจนรถสไตล์ Adventure  รหัส Himalayan  ปีนี้ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ -แม่สอด-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน-ปาย-เชียงใหม่  ระหว่างวันที่ 15-20 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งนิตยสารนักเลงมอเตอร์ไซค์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทริปแห่งความทรงจำร่วมกับไบเกอร์หัวใจคลาสสิคอีกกว่า 50 ชีวิตด้วย... 

 

          : ความคลาสสิคของ ROYAL ENFIELD คู่กับเสน่ห์ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในยามเช้า    

 

          : เหล่าสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางทริป ROYAL ENFIELD Tour of Thailand 2018

         : นักเลงมอเตอร์ไซค์กับวิวสวยๆ น่าเลื่อมใสศรัทธาของสถาปัตยกรรมระหว่างเส้นทาง

        สตาร์ทกันในช่วงเช้าตรู่สำหรับวันแรกของทริป เหล่าไบเกอร์ ROYAL ENFIELD รวมตัวกันที่ร้านอาหารเมธาวลัย ศรแดง ใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย...พอได้เวลาอันสมควรก็ตีธงสตาร์ทออกตัวเดินทางผ่านถนนราชดำเนินกลาง ถนนนครสวรรค์ ต่อเนื่องถนนพิษณุโลกก่อนจะเข้าสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่และเลี้ยวเข้าสู่ถนนราชปรารภ เข้าสู่ถนนดินแดง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธินสู่จังหวัดตากต่อไป...ในระหว่างเส้นทางซึ่งช่วงแรกนี้เป็นทางราบ สมรรถนะรวมๆ ของ ROYAL ENFIELD Himalayan ตอบสนองได้ดี นุ่มนวล ไม่มีอาการสั่นสะท้านมากนัก  อัตราเร่งน่าพอใจ บิดเร่งแซงทำความเร็วได้พอสมควร ไม่นานเราก็เดินทางมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ แวะพักรับประทานอาหารกลางวัน เติมพลังกันเต็มที่เพื่อลุยต่อในเส้นทางภูเขาสูงชันช่วงระหว่างทางหลางหมายเลข 105 ตาก-แม่สอดในช่วงบ่าย

         : ทหารผู้มีใจรักสองล้อ...เดินทางรอนแรมมาจากนราธิวาสเพื่อร่วมงานนี้โดยเฉพาะ       

        สมาชิกบางคนในทริปนี้อาจจะเพิ่งเคยขับขี่เดินทางในเส้นทางสูงชันเป็นครั้งแรกแถมในเส้นทางนี้บางช่วงยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้ต้องลดความเร็วลงและต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่ทุกคนก็เดินทางถึงจุดหมายปลายทางในวันแรกนี้ซึ่งมีระยะทางกว่า 500 กม.โดยสวัสดิภาพ  ไม่เมื่อยล้าจนเกินไป   หลังร่วมรับประทานอาหารเย็นแสนอร่อยก็แยกกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย  

         : ณ จุดชมวิว “แม่น้ำสองสี”      

         วันที่ 2 ของทริปนี้...จัดอาหารเช้าท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ของอำเภอแม่สอด จังหวัดตากแล้วก็เตรียมความพร้อมในส่วนของสภาพตัวรถตลอดจนผู้ขับขี่เอง เติมน้ำมันเชื้อเพลิงกันให้เรียบร้อย โดยวันนี้จะเดินทางจากแม่สอดผ่านแม่ระมาด ท่าสองยาง ก่อนจะไปจบที่แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สภาพเส้นทางเต็มไปด้วยธรรมชาติแต่ก็ยังคดเลี้ยวลัดเลาะไปตามภูเขาสูงชันเช่นเคย พักรับประทานอาหารกลางวันที่อำเภอแม่ระมาด จอดชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งถนนกันไปเป็นระยะๆ ก่อนจะแวะผ่อนคลายอิริยาบทและบันทึกภาพของ  “แม่น้ำสองสี” หรือจุดที่แม่น้ำยวมและแม่น้ำเงามารวมกัน โดยจะอยู่ในเขตบริการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่เงา และเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอแม่สะเรียงในช่วงเย็นย่ำ สัมผัสบรรยากาศของอากาศเย็นสบายของเมืองแม่สะเรียงกันเต็มปอด 

        : เดินทางผ่านพิพิธภัณฑ์เมืองแม่สะเรียงมุ่งหน้าแม่ฮ่องสอน 

        : หนึ่งในโค้งสวยๆ จากทั้งหมด 1,864 โค้ง...ROYAL ENFIELD ลุยมาแล้ว

       ในส่วนของวันที่ 3...สตาร์ทออกจากโรงแรมที่พักในตัวเมืองแม่สะเรียง ขับขี่ ROYAL ENFIELD ผ่านพิพิธภัณฑ์เมืองแม่สะเรียง ผ่านทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ลาน้อยและอำเภอขุนยวม สภาพเส้นทางเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายสลับกับเส้นทางคดเคี้ยวและลาดชัน ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเดินทางทริปนี้ได้เป็นอย่างดี แวะชิมกาแฟพร้อมชมวิวสวยๆ ที่จุดชมวิว “ผาบ่อง” ก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน แวะพักรับประทานอาหารกลางวันในสไตล์พื้นเมืองแสนอร่อย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุดอยกองมู ศาสนสถานคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ชาว ROYAL ENFIELD ร่วมบันทึกภาพแห่งความทรงจำไว้เช่นเคย...  

 

       : สะพานแห่งความสำเร็จ  ซูตองเป้ 

       จากนั้นเดินทางต่อไปยังสะพานซูตองเป้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร เป็นสะพานไม้ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง  “ซูตองเป้”  เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า “อธิษฐานสำเร็จ”  บ้างก็บอกว่าหมายถึง “ความสำเร็จ”  มีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐานขอความสำเร็จใดๆ ก็จะพบกับความสมหวัง   นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานซูตองเป้  เป็นสะพานที่เกิดจากความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านกุงไม้สักที่ต่างก็ช่วยกันลงแรงสานพื้นสะพานด้วยไม้ไผ่ทอดยาวไปบนที่นาของเจ้าของที่อุทิศผืนนาถวาย  โดยสร้างเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนธรรมภูสมะและหมู่บ้านกุงไม้สัก ข้ามผ่านทุ่งนา และแม่น้ำสายเล็กๆ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งได้ใช้สัญจรไป มาระหว่างหมู่บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น ก่อนจะเดินทางต่อไปยังบ้านรักไทย  เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๋ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร   ภูมิอากาศเหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดีและพืชเมืองหนาวทิวทัศน์สวยงามแบบพาโนรามาโอบล้อมไปด้วยทิวเขาแมกไม้   นอกจากวิวสวยแล้วอาหารยังอร่อยลืมโลกกันเลยทีเดียว

 

        : ยามเช้า ณ ปางอุ๋ง

 

        : ระหว่างเส้นทางแวะเข้าเที่ยวชมถ้ำลอด  ปางมะผ้า      

         วันที่ 4 ของทริป...ในช่วงเช้าตรู่ หลายคนเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่ “ปางอุ๋ง” ก่อนจะกลับมาที่บ้านรักไทยอีกครั้งเพื่อเดินทางด้วย ROYAL ENFIELD คู่ใจมุ่งหน้าไปยังอำเภอปาย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095แวะเที่ยวชมความงามของถ้ำน้ำลอด ปางมะผ้า ที่ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน   เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญปัจจุบันอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มแม่น้ำปาย ถ้ำน้ำลอดหรือถ้ำลอดนี้มีสายน้ำไหลผ่านตั้งแต่ปากทางเข้าถ้ำไปจนถึงถ้ำสุดท้ายที่อยู่ภายในโพรงซึ่งมีความยาวกว่า 500 เมตร กว้าง 20 เมตร สูง 50 เมตร   สายน้ำกัดเซาะโพรงถ้ำแห่งนี้มากกว่าล้านปี ก่อเกิดเป็นถ้ำใหญ่ๆ ถึง 3 แห่ง ได้แก่ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีการพบเครื่องมือเครื่องใช้โบราณที่สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว การเข้าชมถ้ำจากด่านด้านหน้าต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 350 เมตร พร้อมคนนำทางและตะเกียงส่องทาง เรียกว่าตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตลอดเส้นทางกันเลย 

      : ออกจากปายมาตามทางหลวงหมายเลข 1095 ก็จะผ่านสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

       : มุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงใหม่   

       วันที่ 5...หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศของเมืองปายกันอย่างเต็มที่แล้วก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 ผ่านสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ก่อนจะแวะพักผ่อนคลายอิริยาบท ลดความเมื่อยล้ากันเล็กน้อย ณ ร้านกาแฟแม่มด ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของภูเขาสูงชันในระหว่างเส้นทางสู่เมืองเวียงพิงค์เชียงใหม่ ก่อนจะแวะเยี่ยมชม ROYAL ENFIELD STORE Chiang Mai โดยบริษัท สหพานิช เชียงใหม่ จำกัด  ริมถนนโชตนา ฝั่งมุ่งหน้าสี่แยกข่วงสิงห์... เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่และรับประทานอาหารค่ำในบรรยากาศวินเทจ  

 

       : ROYAL ENFIELD Himalayan อีกหนึ่งรุ่นที่ถือว่าตอบโจทย์สำหรับนักเดินทาง

        : คุณสลิล ลิ้มเล็งเลิศ  ผู้บริหาร สหพานิช เชียงใหม่  กล่าวต้อนรับ

         : ภาพนี้เป็นที่ระลึก 

        วันที่ 6 วันสุดท้ายของทริปนี้...รับประทานอาหารเช้าแล้วก็เดินทางมุ่งหน้าไปที่โชว์รูม ROYAL ENFIELD STORE Chiang Mai อีกครั้ง เพื่อร่วมพิธีต้อนรับคณะทริป ROYAL ENFIELD Tour of Thailand 2018 อย่างเป็นทางการ โดยมี คุณสลิล ลิ้มเล็งเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพานิช เชียงใหม่ จำกัด กล่าวต้อนรับ ก่อนจะถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับสาวก ROYAL ENFIELD ในเขตภาคเหนือ  จากนั้นก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ดอยสุเทพเพื่อนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ  ศาสนสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่   ก่อนจบทริป ROYAL ENFIELD Tour of Thailand 2018 อย่างสมบูรณ์แบบ ประทับใจกันไปอีกนานแสนนาน...

      : พบกันใหม่สำหรับ ROYAL ENFIELD Tour of Thailand 2019        

      ในนามของท่านประธาน ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป  “จรวย ขันมณี”   ขอขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ  ROYAL ENFIELD ที่ให้การต้อนรับและดูแลชาวนักเลงมอเตอร์ไซค์ในทริปแห่งประวัติศาตร์และสร้างความทรงจำดีๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ... 

       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงมอเตอร์ไซค์" ฉบับที่ 367 ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2562 

 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2