TOYOTA VIOS สายซิ่งสไตล์ผู้หญิง “Teen” หนัก

 

 

       บอดี้ยอดนิยมที่หมู่วัยรุ่นบ้านเราคุ้นเคย ด้วยโครงสร้างตัวรถเทคโนโลยี GOA (Global Outstanding Assessment) พัฒนาให้มีความแข็งแรงมากขึ้น จุดเชื่อมต่อดีขึ้นรวมไปถึงจุดเชื่อมต่อที่ช่วงล่างก็ปรับปรุงให้แข็งแรงยิ่งขึ้นเป็นการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง ลดการบิดตัวพร้อมดีไซน์เส้นสายออกแนวสปอร์ต มิติสัดส่วนมีขนาดใหญ่โตมากกว่าโฉมก่อนในทุกด้าน รูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย มีสไตล์ ด้วยเส้นสายที่ซ่อนความเป็นสปอร์ตไว้อย่างกลมกลืน รูปทรงดูปราดเปรียวคล่องตัวน่าสัมผัส เครื่องยนต์ผ่านการโมดิฟายใหม่ให้การตอบสนองที่น่าพึงพอใจขึ้นเยอะ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สมรรถนะเพียงพอกับการใช้งานทั้งขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล   

ฝาคาร์บอน สวยงาม โดนใจ 

 

       โฉมสปอร์ตซีดานนี้เป็น VIOS ปี ค.ศ. 2013 ของ “K. เดียร์” ปวธิศา อ่องแสงคุณ หนึ่งในสมาชิกทีม “Function” และกลุ่ม Lady Racing Thailand ซึ่งมีการตกแต่งด้วย “Concept Racing” ทำให้รูปลักษณ์คมคายแฝงด้วยความสวยงามสไตล์สปอร์ต จนเป็นรถยนต์ที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ “ของแต่ง” ซึ่งบรรจงใส่มามากมายแบบครบชุดทั้งหมด แถมยังโมดิฟายเพิ่มความแรงได้อย่างลงตัว น่าสนใจดีทีเดียว   

       รูปทรงของรถหน้าตาและเรือนร่างมีเส้นสายที่สวยงาม ฝากระโปรงหน้าเทลาดถูกเปลี่ยนใหม่เป็น ฝาคาร์บอน KASUMI  น้ำหนักเบา เทลาดลงตามดีไซน์สมัยนิยม ต่อเนื่องด้วยแนวเสา กระจกบังลมหน้าที่เอนลาดลดการปะทะอากาศ พื้นที่กระจกมีมากเพราะยกแนวหลังคาขึ้นสูงไฟหน้าขนาดใหญ่แบบมัลติรีเฟล็คเตอร์ กระจังหน้าแบบฝังสองชั้น เดินเส้นโครเมี่ยมเล็กๆ รับกับโลโก้สามห่วงด้านบน กรอบกระจังด้านข้างสีเดียวกับตัวรถช่วยให้ดูกลมกลืน ส่วนล่างของชิ้นหน้าออกแบบให้ดูเป็นสปอร์ตนิดๆ  มีช่องรับลมด้านล่างขนาดใหญ่ ตัวกันชนทรงหล่อเรียบ ติดไฟตัดหมอกตรงมุมกันชน กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถมีไฟเลี้ยวในตัวปรับและพับด้วยไฟฟ้า มือเปิดประตูเป็นแบบดึง Grip Type ตามสไตล์รุ่นใหม่ จุดสะดุดตาอยู่ที่รูปทรงของไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็คเตอร์ ขนาดใหญ่ที่เจิดจ้าสดใส ไฟเลี้ยวกับไฟถอยวางในระดับเดียวกันภายใต้เลนส์ขาวดูสวย กระจกบังลมด้านหลังฝังเส้นละลายฝ้าและเสาอากาศรับคลื่นวิทยุในตัว เสาหลังขนาดไม่ใหญ่นักช่วยให้ไม่บังสายตาผู้ขับ   

1NZ-FE VVT-i โมดิฟาย by “ชาญ บางบอน”

       เครื่องยนต์บล็อคยอดนิยม 1NZ-FE VVT-i แบบ DOHC 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว ความจุ 1,497 ซีซี. จากกระบอกสูบ 75 มม. ช่วงชัก 84.7 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 ต่อ 1 รีดฝูงม้าได้ 109 ps ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 14.4 กก.-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ EFI กับจุดระเบิดอิเล็คทรอนิคส์ DIS แบบไดเร็คท์คอยล์สูบละตัว ที่เปลี่ยนเป็นคอยล์ตัวนอก ฝาสูบและเสื้อสูบทำจากอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบา เครื่องยนต์แถวเรียงวางขวางหันหัวไปทางคนขับ ท่อทางเดินไอดีดีไซน์ใหม่ รับอากาศได้มากขึ้นหันออกด้านหน้าพร้อมเดินท่อทางอากาศกรองเปลือยใหม่หมด   ส่วนฝาสูบปรับเปลี่ยนสปริงวาล์วซิ่งรองรับรอบสูงและชาฟท์ใหม่ ระบบ VVT-i ถูกออกแบบมาให้ควบคุมแค็มชาฟท์ฝั่งไอดี เพื่อปรับเปลี่ยนจังหวะการเปิดและปิดของวาล์วไอดี ระบบจุดระเบิดแบบ DIS (Direct Ignition System)  ควบคุมการจุดระเบิดด้วยกล่อง ECU ภายใต้การทำงานแบบอิเล็คทรอนิคส์ ใช้ไดเร็คท์คอยล์แปะไว้บนหัวเทียนสูบละตัว จุดระเบิดแบบ ESA (Electronic Spark Advance) ช่วยให้ระยะเวลาการเผาไหม้ยาวที่สุดและปรับองศาไฟจุดระเบิดได้อัตโนมัติ  

หัวฉีด 400 ซีซี. / รางหัวฉีด “บางมด”

 

       ปรับปรุงระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ด้วยการพึ่งปั๊มใหม่แรงดันสูงแบบแช่ในถังตามสูตรของ “ชาญ บางบอน” ควบคุมการทำงานร่วมกับ “Fuel Pressure Regulator” ของ Works Engineering ส่วนหัวฉีดเปลี่ยนใหม่ขนาดใหญ่ 400 ซีซี. คู่กับรางหัวฉีด “บางมด” และทำการปรับปรุงระบบจุดระเบิดด้วยการเปลี่ยนมาใช้หัวเทียน NGK เบอร์ 8 ถ่ายเทความร้อน ช่วยลดการชิงจุดระเบิดของเครื่องยนต์    ถังน้ำมันมีความจุเพียงแค่ 42 ลิตร ทำจากพลาสติคพิเศษ 6 ชั้น จากชั้นนอกถึงชั้นในสุดประกอบด้วย HDPE, Regrind Material, Adhesive, EVOH, Adhesive และ HDPE นอกจากจะมีน้ำหนักเบาและขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่ายกว่าถังเหล็กแล้ว ยังทนแรงกระแทกและไม่เกิดประกายไฟแม้จะเกิดการชนขึ้นมาก็ตาม ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของ EURO เพื่อความปลอดภัย แล้วถังน้ำมันพลาสติคนี้ยังทนต่อการกัดกร่อน รวมทั้งไม่เกิดสนิมขึ้นอีกด้วย  

เกียร์อัตโนมัติ  Super ECT     

 

       ระบบส่งกำลังจากเครื่องยนต์เป็นหน้าที่ของเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะแบบ Super ECT ที่แตกต่างจาก VIOS รุ่นก่อน โดยเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ “อัตราทดเฟืองท้าย” ที่ทดสูงขึ้นจากรุ่นที่แล้วเคยใช้อยู่ 3.850 มาเป็นอัตราทด 4.237 แทน ซึ่งรูปแบบนี้ถูกนำไปใช้ใน  Yaris  ก่อนที่จะมาเป็น  VIOS  ตัวนี้ รางเกียร์เป็นแบบขั้นบันไดของคันเกียร์รวมทั้งตัว Shift Lock ปลดเป็นเกียร์ว่างยามจอดรถให้มาครบชุด จากการที่มีเฟืองท้ายสูงอย่างนี้ส่งผลด้านการสร้างความรู้สึก “จี๊ด” มากขึ้นในช่วงตีนต้นและช่วยให้ออกตัวด้วยความรวดเร็วมากกว่า ซึ่งยังได้รับการปรับปรุงใหม่หลายอย่าง เพื่อให้มีความทนทาน ลดอาการกระตุกและกระชากขณะเปลี่ยนเกียร์ โดยจะมีกลไกในการปรับตั้งสายควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ จึงสามารถปรับตั้งระยะการทำงานของคันเกียร์ได้ ซึ่งตัวกลไกจะทำหน้าที่ปรับความยาวของสายควบคุม นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์รุ่นใหม่เป็นแบบ WS จากเดิมที่ใช้แบบ T-IV    

H-Drive S spec ปรับ 32 ระดับ    

 

       ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท สตรัทปรับเกลียวหน้า-หลัง ซึ่งมีการปรับเซ็ทใหม่ด้วยชุด H-Drive S spec มาใส่ครบทั้ง 4 ต้น ทางด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม กึ่งคานแข็ง โดยส่วนที่ยาวพาดขวางจะขึ้นรูปมาจากเหล็กพับ สร้างเบ้ารับขดสปริงยึดไว้ในลักษณะที่ห้อยต่ำลงไปเล็กน้อย ส่วนปลายสองฝั่งต่อขารูปตัว “L” ออกไปยึดกับดุมล้อและสร้างจุดยึดช็อคอับไว้ที่ปลายสุด รูปแบบพิมพ์นิยมสำหรับรถประเภทนี้ ใช้ที่อยู่น้อยช่วยให้ห้องโดยสารมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพในการทรงตัวดีขึ้นกว่าเดิมมากพอสมควร ระบบเบรคใช้แม่ปั๊ม 2 วงจรแบบ Tandem หม้อลมเบรคแบบชั้นเดียว ใช้ดิสค์เบรคหน้า เปลี่ยนจานเบรคหน้าเจาะรูและมีช่องระบายความร้อนมาในตัว RUN STOP  พร้อมผ้าเบรคเกรดสูง ระบบพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนี่ยน ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) อัตราทดพวงมาลัยรวม 14.2 ต่อ 1 พวงมาลัยหมุนสุด 3 รอบ มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.7 เมตรให้ความเบามือยามคืบคลานและความเร็วต่ำ มันจะค่อยๆ ปรับน้ำหนักตึงมือมากขึ้นตามความเร็วของรถอย่างเหมาะสม ตอบสนองได้ไวและแม่นยำดีทีเดียว   

Buddy Club P1 Racing   

 

        เมื่อมีการปรับแต่งครบชุดอย่างนี้ จึงต้องมีการตบท้ายเพิ่มความหล่อให้ตัวรถ ด้วยการใส่ล้ออัลลอยลายสวยจาก Buddy Club P1 Racing ขนาด 7.0x15 นิ้ว Offset +33 น้ำหนักเบา ดุดัน พร้อมยางซิ่ง  Toyo Proxes R1R ขนาด 195/50R15 เท่ากันทั้งสี่ล้อมาเลย ทำงานร่วมกับระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรค ABS (Anti-Lock Braking System) ระบบกระจายแรงเบรคให้เหมาะสมทั้ง 4 ล้อ EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบช่วยเสริมแรงเบรคเมื่อเบรคอย่างกระทันหัน BA (Brake Assist)  และโครงสร้างนิรภัย GOA โครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน ระบบดูดซับแรงกระแทก โครงสร้างตัวถังนิรภัยที่สามารถดูดซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงจากการชนด้วยการกระจายแรงสู่ตัวถัง พร้อมคานนิรภัยด้านหน้าและด้านข้าง ระบบลดแรงกระแทกศีรษะด้านข้าง ออกแบบเพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน   

        นับเป็นผลสำเร็จของรุ่นที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ตามสไตล์ รูปทรงหน้าตาน่ารักถูกใจวัยโจ๋โดนใจวัยใส รวมไปถึง “ผู้หญิงสายซิ่ง” ที่รักความเร็วชอบความแรงกันแบบถูกกฎหมาย เพื่อตอบสนองการใช้งานตามแบบโลกยุคใหม่   แถมเป็นขุมพลังที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบล็อคยอดนิยม วางกันเกลื่อนและมีเปิดรุ่นวิ่งกันอยู่เต็มสนามแดร็กคลอง 5    

 

       เพราะโมดิฟายได้ไม่ยาก สามารถรีดม้าคอกใหญ่ได้สบาย รวมถึงยังใช้งานในเมืองได้ดีด้วยตัวรถขนาดเล็ก ที่สามารถ “มุด” ได้อย่างสะดวกสบาย คล่องตัว แถมด้วยการหาที่จอดง่าย ในรูปลักษณ์รถซีดานขนาดซับคอมแพ็คท์ ทันสมัยปราดเปรียวที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้

 

        สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร "นักเลงรถ" ฉบับที่ 418 ประจำเดือนมีนาคม 2561 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2