ว่าด้วยเรื่องของ “ยาง” ปีเก่า สภาพแย่ ฝืนทนใช้ก็คงไม่ปลอดภัยแน่

 

       วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้รวมถึงเรื่องราวของชิ้นส่วนอะไหล่ส่วนควบต่างๆ ที่ติดรถมา ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่แตก ไม่รั่ว ไม่ซึม ลมยังมีอยู่ แต่ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่กันแล้ว ร่ายมาซะขนาดนี้ต้องรู้กันแล้วล่ะว่าต้องเป็น “ยาง” หรือที่เรียกกันว่า “ยางนอก” ซึ่งที่จริงก็คือ “ยาง” ที่ไม่ใช่ “ยางใน”  ของรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจนั่นเอง...

      ยางนอก เรียกให้ตรงข้ามกับ “ยางใน” ซึ่งไม่ใช่ยางจากต่างประเทศแต่มันคือยางรถมอเตอร์ไซค์ที่เราๆ คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั้น มีหน้าที่รองรับน้ำหนักตัวรถและน้ำหนักบรรทุก ทรงตัว ยึดเกาะถนน บังคับเลี้ยวและยังช่วยรีดน้ำออกจากหน้าสัมผัสระหว่างตัวยางกับผิวถนนด้วย ถ้าฤดูร้อน หรือฤดูหนาว  ยางนอกอาจจะยังไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญอะไรมากนัก บางทีช่วงนั้นอาจจะรับบทแค่ตัวประกอบหรือพระรองก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามแต่ที่เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว รับรองได้ว่ายางที่อาจจะดอกยางโล้น เสื่อมสภาพ แต่ยังคงวิ่งใช้งานได้บนพื้นผิวถนนที่มีสภาพแห้งอยู่ พอมาเจอกับผิวถนนที่มีน้ำท่วมขังหรือความมันลื่นของผิวถนนแบบยางมะตอยแล้วละก็ โอกาสลื่นไถลจนเสียหลักล้มก็มีสูงตามไปด้วย 

หลายคนคิดว่าตราบใดที่ยางไม่รั่ว ยังมีลมยางอยู่ก็เลยขี่ต่อไป  ถือว่าผิดถนัดครับ  

      เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่ายางนอกจะมีสภาพดีเยี่ยม ดอกเหลือเยอะหรือดอกโล้นหมดสภาพแล้ว ถ้าใช้งานมาประมาณ 2 ปี หรือขับขี่ด้วยระยะทางประมาณ 20,000 กม. แล้วก็ต้องเปลี่ยนสถานเดียว อาจจะอนุโลม “ยืด” ออกไปได้อีกไม่เกิน 5,000 กม. อันนี้ถือว่าสุดๆ แล้วครับสำหรับอายุการใช้งานของยางนอกเรา

      สำหรับในฉบับนี้จะพาทุกคนมาตรวจเช็ครวมถึงเปลี่ยนยางนอกรถคู่ใจ ไม่ว่ารถเล็ก รถครอบครัว รถออโตเมติค Big Bike และ Super Bike ล้วนแล้วแต่อาศัยหลักการพื้นฐานเดียวกันหมด แตกต่างกันก็เพียงขนาดไซส์ยางเท่านั้นเอง มาดูการตรวจเช็คและเปลี่ยนยางนอกใหม่ให้กับรถคู่ใจเลยดีกว่า

เตรียมเครื่องมือ & อุปกรณ์ที่จำเป็น

       ในส่วนของเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้งานหลักๆ  ประกอบไปด้วยเครื่องมือช่างทั่วไปพวกประแจแหวนเบอร์ 12 ประแจแหวนเบอร์ 14 ประแจแหวนเบอร์ 17 ประแจแหวนเบอร์ 19 หรือจะเลือกใช้ประแจบล็อคพร้อมด้ามต่อและด้ามขันก็ย่อมได้ตามด้วยค้อนและไขควงปากแบน ตลอดจนเหล็กงัดยาง แม่แรงค้ำยันต่างๆ สามารถประยุกต์เพิ่มเติมตามรุ่นรถได้เลย

       ทางด้านอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้งานควบคู่ไปด้วยก็จะมีปั๊มลม สายลม หัวเติมลม เกจ์วัดลม เครื่องถอดและใส่ยางแบบเดียวกับรถยนต์

พร้อมแล้ว เริ่มได้..

       นายแบบของเราฉบับนี้เป็น KAWASAKI  KSR 110 รุ่นคาร์บูเรเตอร์ เพิ่งจะได้มาขับขี่ครอบครอง เจ้าของเก่าเอาแต่ขับขี่รับส่งลูกอย่างเดียว ไม่ค่อยได้ใส่ใจรายละเอียดภายนอกมากนัก ยางนอกก็จะเป็นยางเก่าปี 2011 ตอนนี้ปี 2019 ลองบวกลบคูณหารดูก็พบว่ามีอายุอานามราวๆ 8 ปี เห็นจะได้ ซึ่งทั่วไปก็อย่างที่บอกกล่าวไปก็คือเต็มที่ไม่เกิน 2 ปี หรือ 20,000 กม. ก็ต้องเปลี่ยนใหม่    ไม่จำเป็นต้องตรวจเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ แล้ว เห็นปีที่ผลิต สภาพดอกยางคงไม่ต้องพูดถึง เอาเป็นว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนไม่มีแล้วแน่นอน  แถมยังเสียงดังอีกต่างหาก จัดการเปลี่ยนใหม่ซะก่อนจะพากันไปล้มคว่ำคะมำหงายที่ไหน

       เริ่มจากด้านหลังกันก่อนเลยครับ...ใช้ประแจบล็อคเบอร์ 19 หรือประแจแหวนเบอร์ 19 ถอดน็อตแกนล้อหลังออก ถอดน็อตแกนล้อหลังออกจากตัวรถ ถอดวงล้อพร้อมยางหลังออกจากตัวรถ สภาพดอกยางคงไม่ต้องพูดถึงอะไรกันมากนัก เพราะเป็นยางปี 11 ดอกยาง “ตาย” หรือค่าคอมปาวด์ไม่มีหลงเหลือแล้ว ใช้งานต่อไปฤดูฝนนี้มั่นใจว่าลงไปนอนกลิ้งวัดพื้นถนนแน่นอน  

       จัดการนำล้อหลังพร้อมยางเข้าเครื่องกดขอบยาง เพื่อให้สามารถถอดยางนอกออกจากตัวล้อได้ง่ายและสะดวกขึ้น ถ้าไม่กดขอบยางก่อน เวลานำล้อพร้อมยางขึ้นแท่นแล้วก็จะกดยางยากถึงแม้ว่าจะใช้เครื่องช่วยกดก็ตาม...กดขอบยางทั้งสองฝั่งให้ทั่วทั้งเส้น 

      จากนั้นนำล้อหลังพร้อมยางขึ้นแท่นหมุน ใช้เครื่องกดทำหน้าที่กดขอบยางด้านบนออกก่อน แล้วตามด้วยการใช้งานเหล็กงัดยางพร้อมตัวถอดขอบยางถอดขอบยางฝั่งที่เหลือออกจากตัวล้อ ไล่ไปจนครบรอบแล้วถอดยางเส้นเก่าออกจากตัวล้อหลัง 

      นำยางเส้นใหม่ที่จะเปลี่ยน ทาชโลมสารหล่อลื่นจำพวกไขปลาวาฬหรือสารอื่นๆ ที่ไม่ทำปฏิกิริยากับตัวยาง ทาให้ทั่วขอบยางทั้งสองฝั่ง เพื่อให้ง่ายและสะดวกเวลาประกอบยางนอกเข้ากับวงล้อ

      จัดการประกอบยางนอกเส้นใหม่เข้ากับวงล้อด้วยการประกอบใส่ขอบด้านล่างลงก่อนแล้วตามด้วยขอบด้านบนจนเข้าพร้อมกันทั่วหมดทั้งเส้น สังเกตเครื่องหมายมาร์คสีเหลืองที่บนแก้มยาง   นั่นก็คือจะระบุตำแหน่งของจุ๊บลม หรือวาล์วลมอยู่ตรงนี้ เวลาประกอบยางแล้วก่อนที่จะเติมลมยางให้หมุนเอาเครื่องหมายสีเหลืองหรือสีขาวบนแก้มยางให้ตรงกับจุ๊บลมทุกครั้ง จัดการเติมลมด้วยแรงดันลมแรงๆ ก่อนเพื่อให้ยางขึ้นขอบเสมอกันทั้งเส้น จากนั้นปล่อยลมยางออกแล้วเติมลมยางเข้าไปใหม่ด้วยแรงดันตามที่ระบุไว้ก็คือ ด้านหน้า 29 psi และหลัง 32 psi  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสเป็ครุ่นและยี่ห้อของยางเส้นนั้นๆ ด้วย 

      แถมอีกนิดกับการถ่วงล้อครับ หลังจากที่มีการถอดและใส่ยางนอกเส้นใหม่ จำเป็นที่จะต้องมีการถ่วงล้อทุกครั้ง บางเส้นก็สามารถใช้เครื่องถ่วงได้ แต่บางเส้นถ้าใช้เครื่องถ่วงอาจจะไม่สะดวกมากนัก ก็เลยจัดการใช้เครื่องถ่วงมือแทน โดยหลักการก็ไม่แตกต่างกันหมุนวงล้อพร้อมยางใหม่แล้วล้อพร้อมยางหยุดหมุนตรงไหนก็ถ่วงตรงนั้น โดยจะแบ่งน้ำหนักที่ต้องถ่วงออกเป็น 2 ส่วน (หรือหารสองนั่นเอง) โดยแปะตะกั่วถ่วงที่ขอบล้อด้านซ้าย 1 ส่วน และแปะที่ด้านขวาอีก 1 ส่วน ทีนี้ล้อก็จะหมุนราบรื่นไม่มีจังหวะสะดุดหรือเหวี่ยงตัวให้เห็นอีกต่อไป

 

      จัดการประกอบล้อหลังพร้อมยางเส้นใหม่เข้ากับตัวรถ ถ้าร่องผ้าดิสค์เบรคแคบเกินไป จานดิสค์เบรคหลังไม่สามารถยัดใส่เข้าได้ก็ให้ใช้เหล็กงัดยาง “อ้า” เพิ่มระยะห่างระหว่างผ้าดิสค์เบรคหลังออก จัดการประกอบล้อหลังพร้อมยางเส้นใหม่เข้ากับตัวรถ ประกอบน็อตแกนล้อหลัง ขันน็อตยึดล้อหลังให้แน่น ตรวจเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง หมุนวงล้อดู ถ้าไม่ติด หรือฝืดก็ผ่าน กดคันเบรคหลังเพื่อให้ดิสค์เบรคทำงานตามปกติเป็นอันจบเรื่อง

       ยางนอกถือว่าเป็นอุปกรณ์ส่วนควบที่มีความสำคัญไม่แพ้ใคร หลายๆ คนคิดว่ายางไม่รั่ว ยังมีลมยางอยู่ ก็เลยขับขี่ต่อไป ไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าพื้นเรียบๆ ก็ยังพอทน แต่ถ้าฝนตกแล้วพื้นถนนเปียกลื่นล่ะครับ จะลงไปนอนกับพื้นถนนเมื่อใดก็คงไม่มีใครบอกได้ ถ้าหากยังฝืนใช้งานยางนอกเสื่อมสภาพอยู่ วันนี้ตรวจเช็คสภาพดอกยางนอกหรือยัง..

ขอขอบคุณสถานที่ถ่ายทำและบุคลากร “29Tie”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 7 ซอยอินทามระ 33 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทร 0-26918130-41
แฟกซ์ 0-2277-6220, 0-2275-6888
yanyonttodays@hotmail.com

 

 
 
 

 

 

 

 

All design and content Copyright © 2015 Yanyont company.

Design by vision square 

UA-85205913-2